หร่วนซินโหรวมองหวังเมี่ยวเมี่ยวด้วยแววตาลำพองใจอย่างยิ่ง นางรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีทางเรียกไป๋อิงออกมาได้
ตอนนี้ไป๋อิงถูกนางขังไว้ในถุงเก็บของแล้ว!
ขณะคิดเช่นนั้น หร่วนซินโหรวก็ใช้ญาณมองมังกรแดงในถุงเก็บของอีกครั้ง รอยยิ้มบนริมฝีปากแทบกดไว้ไม่อยู่
มังกรแดงตัวนั้นร่อแร่ใกล้สิ้นใจ ดูราวกับจะตายได้ทุกเมื่อ ทว่าหร่วนซินโหรวรู้ว่ามันยังไม่ตายเร็ว ๆ นี้ นางจงใจให้ระบบยื้อชีวิตมันไว้
หร่วนซินโหรวใช้ญาณโจมตีมังกรแดงอย่างหนักอีกครั้ง ทรมานมันจนแทบหมดสภาพ ก่อนจะมองมันดิ้นรนอยู่ในถุงเก็บของอย่างสำราญใจ แล้วหันไปกล่าวกับหวังเมี่ยวเมี่ยวว่า “คนของสำนักหลิงเซียวพวกเจ้าเป็นอะไรกันแน่? แบบแปลนนี้ข้าเป็นคนวาดแท้ ๆ แต่เจ้ากลับยืนกรานว่าไป๋อิงเป็นคนวาด ตอนนี้ไม่เจ้าก็นำหลักฐานออกมา หรือไม่ก็เรียกไป๋อิงมาเผชิญหน้ากับข้า มิฉะนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!”
ถึงตอนนี้หร่วนซินโหรวไม่ต้องลงมือเอง คนของหออินฉี่ก็เดินออกมายืนขวางหน้าแล้ว
คนของหออินฉี่ให้ความสำคัญกับหร่วนซินโหรวอย่างยิ่ง ทั้งยังใส่ใจความร่วมมือครั้งนี้มาก พวกเขาปลดปล่อยแรงกดดันออกมาโดยตรง
ทั้งสองคนล้วนอยู่ในช่วงปลายขั้นหยวนอิง ทันทีที่แรงกดดันแผ่ซ่าน ร่างของหวังเมี่ยวเมี่ยวก็เซถอยหลัง เหงื่อหยดโตไหลลงไม่ขาดสาย ใบหน้าซีดเผือดลงในพริบตา
“สหายน้อยผู้นี้ อย่าพูดจาเหลวไหล หากเจ้ายังกล่าวหาอย่างไร้เหตุผล ต่อให้เป็นคนของสำนักหลิงเซียว พวกเราก็ไม่ไว้หน้า! รีบขอขมาสหายเต๋าหร่วนเสีย!”
แม้คนเหล่านี้จะเอ่ยคำว่า ‘เชิญ’ แต่การกระทำกลับไม่เกี่ยวข้องกับคำว่า ‘เชิญ’ แม้แต่น้อย
พวกเขาปลดปล่อยแรงกดดันใส่หวังเมี่ยวเมี่ยวอย่างไร้ปรานี หวังเมี่ยวเมี่ยวพลันรู้สึกราวกับมีภูเขาหนักอึ้งกดทับลงมาตรงหน้า ร่างกายไม่อาจควบคุมได้ จึงคุกเข่าลงกับพื้นโดยไม่รู้ตัว
