ดวงตาของไป๋อิงจับจ้องทุกอิริยาบถเล็กน้อยยามบรรพชนตระกูลฮวาออกกระบวนท่า แววตาจดจ่อเป็นพิเศษ
กระบี่ในมือนางราวกับถูกพลังไร้รูปร่างชักนำให้เคลื่อนไหวตามสายตา ค่อย ๆ กวัดแกว่งอย่างเชื่องช้า ท่าทางดูอืดอาด ทว่ากลับแฝงจังหวะอันยากจะพรรณนา ทุกครั้งที่กระบี่เคลื่อนไหว นางก็จมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งการหยั่งรู้ความเร้นลับ
เมื่อเห็นท่วงท่าเชื่องช้าของไป๋อิงในยามนี้ บรรพชนตระกูลฮวาก็ลอบยินดี คิดเพียงว่านางกำลังสิ้นเรี่ยวแรงแล้ว
เขาพลันรวบรวมพลังวิญญาณของตนเข้าสู่กระบี่ในมือ กลีบบุปผาบนกระบี่หลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างต่อเนื่องภายใต้การหล่อเลี้ยงของพลังวิญญาณ เพียงชั่วพริบตากลับกลายเป็นกระบี่เล่มมหึมา
บรรพชนตระกูลฮวาตวาดลั่น กล้ามเนื้อสองแขนปูดโปน ก่อนฟาดกระบี่มหึมาเข้าใส่ทิศทางที่ไป๋อิงยืนอยู่โดยตรง อากาศส่งเสียงหวีดแหลมภายใต้แรงกดดันของกระบี่ ราวกับถูกคมมีดกรีดเฉือน พื้นดินเองก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเพราะพลังอันมหาศาล รอยแยกสายแล้วสายเล่าลุกลามออกไปรวดเร็วประหนึ่งใยแมงมุม
ทว่าเมื่อต้องเผชิญกับการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ ไป๋อิงกลับมีสีหน้าสงบนิ่ง นางเพียงกวัดแกว่งกระบี่ในมือกลางอากาศสองสามครั้งอย่างดูไม่ใส่ใจ แต่การเคลื่อนไหวที่เหมือนไม่มีอะไรนี้กลับทำให้อากาศรอบด้านก่อตัวเป็นม่านไร้รูปร่างทีละชั้น คลี่คลายการโจมตีของบรรพชนตระกูลฮวาได้อย่างแยบยล กลีบบุปผาที่หลอมรวมกันเหล่านั้นสลายหายไปอย่างรวดเร็วใต้กระบวนท่ากระบี่ของนาง ราวกับหิมะที่เหลืออยู่ในฤดูใบไม้ผลิ แปรเปลี่ยนเป็นแสงระยิบระยับ ก่อนเลือนหายไปในอากาศ
แววตาของทุกคนในเหตุการณ์ที่มองไป๋อิงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้คนตระกูลฮวาซึ่งอยู่ที่นี่ต่างรู้ดีว่าบรรพชนของตนแข็งแกร่งเพียงใด ในยามปกติ หากเขาต้องการสังหารผู้บำเพ็ญขั้นทารกแรกกำเนิดสักคน ก็ง่ายดายไม่ต่างจากบดขยี้มดตัวหนึ่ง เพียงขยับมือเบา ๆ ก็ทำได้แล้ว แต่บัดนี้ ไป๋อิงผู้ดูบอบบางตรงหน้ากลับคลี่คลายกระบวนท่าอันดุดันของเขาได้ครั้งแล้วครั้งเล่า
