ไข่มุกชุมนุมวิญญาณสีดำเม็ดนั้นตกลงสู่ตันเถียนของไป๋อิงอย่างมั่นคง
ชั่วพริบตา หมอกควันสีดำที่เดิมโอบล้อมไป๋อิงก็เริ่มหลั่งไหลเข้าหาไข่มุกชุมนุมวิญญาณอย่างเป็นระเบียบ ค่อย ๆ ซึมหายเข้าไปในส่วนลึกของมัน ก่อนจะสลายไปจนหมดสิ้น
ไป๋อิงหลับตาลง สัมผัสความสามารถในการดูดซับพลังวิญญาณของ “รากวิญญาณ” ใหม่
ความรู้สึกปลอดโปร่งที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้นางอดลืมตาโตไม่ได้
แต่ก่อนรากวิญญาณเพลิงประหลาดของนางก็นับว่าแข็งแกร่ง ทว่าเมื่อเทียบกับความสามารถของไข่มุกชุมนุมวิญญาณแล้ว กลับต่างกันราวฟ้ากับเหว
ไป๋หนีฉางยืนมองไป๋อิงอยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบงัน แทบหุบปากไม่ลง นางก้าวเข้าไปหนึ่งก้าวแล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “สิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดของไข่มุกชุมนุมวิญญาณ คือมันสามารถดูดซับพลังวิญญาณฟ้าดินได้ด้วยตัวเอง ต่อให้เจ้าไม่ได้ตั้งใจฝึกฝน มันก็ยังรวบรวมพลังวิญญาณให้เจ้าอย่างต่อเนื่อง แล้วดูดซับและแปรเปลี่ยนด้วยตัวมันเอง”
ไป๋อิงได้ยินแล้วดวงตาก็เป็นประกาย
มิน่าเล่า เมื่อครู่นางจึงรู้สึกว่าประสิทธิภาพในการดูดซับพลังวิญญาณสูงจนน่าตกใจ ราวกับอยู่ใจกลางกระแสหมุนวนของพลังวิญญาณ พลังวิญญาณหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายไม่ขาดสาย ที่แท้ก็เป็นเพราะเหตุนี้
เช่นนี้แล้ว ความเร็วในการฝึกฝนของนางย่อมเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ขณะนั้นเอง ผู้อาวุโสใหญ่ยืนนิ่งอยู่กับที่ สายตาเหม่อลอยมองภาพตรงหน้า ราวกับวิญญาณถูกดึงออกจากร่าง เหลือเพียงเปลือกว่างเปล่า
ริมฝีปากเขาสั่นระริก พึมพำซ้ำไปซ้ำมาว่า “เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้? เป็นไปได้อย่างไร...” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและยากจะเชื่อ
