“นี่...” หญิงชราผมขาวเผยสีหน้าลังเล โลหิตวิญญาณประจำชีวิตเกี่ยวพันกับความเป็นความตาย หากมอบให้ไปก็หมายถึงต้องตกอยู่ใต้อำนาจผู้อื่นไปชั่วชีวิต
“ข้ายินดีมอบโลหิตวิญญาณ!” ทันใดนั้น ผู้บำเพ็ญหนุ่มคนหนึ่งกัดฟัน กรีดหว่างคิ้วจนเลือดไหล ก่อนเค้นหยาดโลหิตสีใสกระจ่างออกมาหนึ่งหยด โลหิตวิญญาณลอยอยู่กลางฝ่ามือ ภายในนั้นเห็นร่างหยวนอิงขนาดจิ๋วนั่งขัดสมาธิเลือนราง แผ่คลื่นพลังวิญญาณอันบริสุทธิ์ออกมา
เมื่อมีคนแรกแล้ว คนที่สองและสามก็ตามมาอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตา โลหิตวิญญาณสิบสองหยดก็ลอยอยู่กลางอากาศ สะท้อนแสงประหลาดชวนขนลุกท่ามกลางแสงตะวันยามเย็น ไป๋อิงฝืนทนความเจ็บปวดแสนสาหัสในทะเลสำนึก พลางประสานมุทราลึกล้ำด้วยสองมือ โลหิตวิญญาณเหล่านั้นพลันแปรเป็นลำแสง พุ่งเข้าสู่หว่างคิ้วของนางประหนึ่งสายน้ำนับร้อยสายไหลคืนสู่มหาสมุทร
“ยังมีผู้ใดไม่ยอมสยบอีก?” สายตาเย็นชาของนางกวาดผ่านคนที่เหลืออีกเจ็ดคน คมกริบประหนึ่งคมมีด
“ถุย!” ชายชราชุดดำคนหนึ่งถ่มเสมหะปนเลือดออกมาอย่างฉับพลัน “เด็กน้อยอย่างเจ้าก็แค่อาศัยอานุภาพของค่ายกลสังหาร มีสิทธิ์อะไรมาเอาโลหิตวิญญาณของข้า?” ตรงตันเถียนของเขาพลันโป่งพองขึ้นอย่างผิดปกติ พลังวิญญาณทั่วร่างไหลย้อนกลับอย่างบ้าคลั่ง “วันนี้ต่อให้วิญญาณดับสูญ ข้าก็จะลากเจ้าไปตายด้วย!”
“รนหาที่ตาย” แสงเย็นวาบขึ้นในดวงตาไป๋อิง เกล็ดมังกรในฝ่ามือพลันส่องประกายสีทองเจิดจ้าบาดตา
“ตูม!”
สายฟ้าสีทองบางเฉียบราวเส้นผมพุ่งมาถึงในพริบตา รวดเร็วจนไม่มีผู้ใดในที่นั้นมองเห็นวิถีของมัน สายฟ้าฟาดทะลุหว่างคิ้วชายชราอย่างแม่นยำ ดับลมหายใจของเขาเสียสิ้นก่อนที่เขาจะระเบิดตนเองเพียงชั่วเสี้ยวหนึ่งในพันอึดใจ
