ไป๋อิงจากสำนักเสวียนเทียนยามรุ่งสาง หยาดน้ำค้างยังเกาะพราว ท้องฟ้าเพิ่งปรากฏแสงสีขาวนวล
นางปฏิเสธเจ้าสำนักเสวียนเทียนที่อาสามาส่ง เพียงยืมม้าลายเกล็ดเขียวฝีเท้าเร็วตัวหนึ่ง แล้วมุ่งหน้าไปสำนักหลิงเซียวตามลำพัง
ตอนนั้นนางต้องทุ่มสุดชีวิตกว่าจะพาคนจากสำนักหลิงเซียวให้หนีไปได้ ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง
สามวันต่อมา เมื่อนางยืนอยู่หน้าประตูภูเขาของสำนักหลิงเซียว ปลายนิ้วกลับสัมผัสได้เพียงค่ายกลปิดผนึกภูเขาอันเย็นเยียบ
ค่ายกลพิทักษ์ภูเขาหยุดทำงานไปนานแล้ว บันไดหินหน้าประตูภูเขาปกคลุมด้วยใบไม้ร่วงหนาเตอะ
นางประสานมือร่ายเคล็ดวิชา ทำลายผนึกลง ทว่ากลับพบว่าตำราในหอเก็บคัมภีร์ กระถางหลอมปราณในห้องหลอมโอสถ กระทั่งเบาะรองนั่งในเรือนพักศิษย์ ล้วนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสื้อคลุมฝึกตนขาดวิ่นไม่กี่ตัวแขวนอยู่บนราว สั่นไหวเบา ๆ ในสายลมที่พัดผ่านโถง
“มีใครอยู่หรือไม่?” เสียงของนางก้องสะท้อนในลานฝึกอันรกร้าง สิ่งที่ตอบกลับมีเพียงฝูงกาที่ตกใจบินหนี พากันกระพือปีกผ่านธงสำนักสีซีดจาง
ไป๋อิงบีบยันต์หยกส่งข่าวจนแตก นี่คือยันต์หยกที่นางทำขึ้นเป็นพิเศษและฝากไว้ให้เซวียนหยวนเฉิน แม้อยู่ห่างกันหมื่นลี้ก็ยังสัมผัสถึงกันได้
ทว่ายามนี้ยันต์หยกกลับกลายเป็นผงธุลีร่วงไหลผ่านซอกนิ้ว ไม่ก่อให้เกิดความผันผวนของพลังวิญญาณแม้แต่น้อย
