ยามไป๋อิงเอ่ยประโยคนี้ นางมิได้ลดเสียงลงแม้แต่น้อย อย่างไรเสียคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ก็ไม่มีผู้ใดเชื่อนางอยู่แล้ว
เป็นดังที่คาด เมื่อคนเหล่านั้นได้ยินคำพูดของไป๋อิง ก็พากันเยาะเย้ยอีกครั้ง “มาเสแสร้งอีกแล้ว ทำราวกับรู้ไปเสียทุกเรื่อง ที่แท้ก็แค่ผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐานช่วงต้น”
“รีบหุบปากเหม็น ๆ ของเจ้าเสีย ทำราวกับเป็นผู้กอบกู้โลก สุดท้ายก็เป็นแค่เศษสวะ ต่อให้วันนี้พวกเราตายกันหมด ก็ไม่ต้องให้เจ้าช่วย!”
ก่อนหน้านี้ไป๋อิงยังคิดจะลงมือสู้กับวานรวิญญาณด้วยตนเอง เพื่อจัดการให้จบโดยเร็ว ทว่าตอนนี้เมื่อคนเหล่านั้นพูดเช่นนี้ นางย่อมไม่ยอมลงมือโดยง่ายอีกต่อไป
ต่อให้คนกลุ่มนี้ตายกันหมด ก็ไม่เกี่ยวข้องกับนางแม้แต่น้อย
เซียวอวี้ขมวดคิ้วเดินมาข้างกายไป๋อิง แล้วกล่าวกับนางว่า “ข้าจำได้ว่าเมื่อก่อนเจ้าไม่เป็นเช่นนี้...เจ้าไม่จำเป็นต้องเอาทุกเรื่องไปเปรียบกับหร่วนซินโหรว”
ไป๋อิงจ้องคนตรงหน้าเขม็ง แววตาเย็นเยียบประหนึ่งน้ำแข็ง
“ข้าก็จำได้ว่าข้าเคยบอกเจ้าแล้ว ขอให้เจ้าอยู่ห่างจากข้า อย่าปรากฏตัวต่อหน้าข้าอีกตลอดชีวิต มิฉะนั้นข้าจะไม่เกรงใจเจ้า”
เซียวอวี้ส่ายหน้าอย่างจนใจ ตอนที่ไป๋อิงพูดประโยคนี้ นางกำลังโด่งดังไร้ผู้ใดเทียบ ทว่าตอนนี้เขาบรรลุขั้นสร้างฐานสมบูรณ์แล้ว ไป๋อิงในยามนี้ไม่อาจรับมือเขาได้ นางจะไม่เกรงใจเขาได้อย่างไร?
“ข้ายังขอเตือนเจ้าอีกสักคำ มีฝีมือแค่ไหนก็จงพูดให้สมกับฝีมือ มิฉะนั้นก็มีแต่จะทำให้ผู้อื่นหัวเราะเยาะ”
