“ข้าสู้ต่อไม่ไหวแล้ว ปล่อยข้าไปเถอะ!”
วานรวิญญาณขมวดคิ้วทันควัน สีหน้าพลันมืดครึ้มลง
“เจ้าพูดเหลวไหลอันใด การต่อสู้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น คิดจะเลิกราง่าย ๆ เช่นนี้หรือ? มาสู้กันต่อ!”
เซียวอวี้ส่ายหน้าไม่หยุด ไหนเลยจะยังเหลือท่าทีฮึกเหิมเฉกเช่นเมื่อครู่อีก
ผู้คนในที่นั้นต่างเงียบงัน เซียวอวี้นับว่าเก่งกาจในหมู่พวกเขา ทว่าแม้แต่เขายังถูกวานรวิญญาณทรมานอยู่ฝ่ายเดียว หากพวกเขาขึ้นไปสู้บ้าง ก็คงไม่มีหวังเช่นกัน
ทุกคนหน้าซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
วานรวิญญาณมองสีหน้าของพวกเขาด้วยความตื่นเต้น ในใจสุขสันต์ยิ่งนัก
แต่แค่นี้ยังไม่พอ!
มันสะบัดมือ สร้างม่านพลังกั้นครอบทุกคนไว้ภายใน มันอยากเห็นสีหน้าสิ้นหวังยิ่งกว่านี้
“ในเมื่อเขาไม่อยากสู้แล้ว เช่นนั้นก็ถึงตาเจ้า!”
วานรวิญญาณยื่นมือไปหาคนอีกคน ไม่เปิดโอกาสให้เขาปฏิเสธแม้แต่น้อย ใช้พลังวิญญาณห่อหุ้มแล้วกระชากตัวขึ้นมาโดยตรง
สีหน้าของคนผู้นั้นซีดขาวในพริบตา เขาอยู่เพียงขั้นสร้างฐานช่วงกลาง มาที่นี่ก็แค่หวังลองเสี่ยงโชค จะมีพลังต่อกรกับยอดฝีมือขั้นทารกแรกกำเนิดได้อย่างไร?
“ข้า... ข้าไม่ไหว...”
คนผู้นั้นน้ำตาไหลพราก ทว่าวานรวิญญาณไม่สนใจ ลากเขาไปต่อสู้ให้ได้
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวพลันระเบิดขึ้น ดุจสายฟ้าฟาดกลางเวหา ในขณะที่คนผู้นั้นยังไม่ทันตั้งตัว วานรวิญญาณก็สั่งเจ้าลิงน้อยให้พุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็วราวสายฟ้า แล้วเตะเขาอย่างแรงหนึ่งที ลูกเตะนั้นหนักหน่วงทรงพลัง ราวกับมีเรี่ยวแรงมหาศาล พลังวิญญาณอันเข้มข้นที่แฝงอยู่กระแทกออกไปราวคลื่นโหมซัด แรงปะทะรุนแรงจนมวลอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว พื้นดินสั่นสะเทือน ฝุ่นคลุ้งตลบจนเละเทะ คนที่ถูกเตะปลิวลอยออกไปดุจว่าวสายป่านขาด เลือดพุ่งออกจากปาก ใบหน้าซีดขาวในทันที
