ไป๋อิงยืนตระหง่านกลางอากาศ เส้นผมดำขลับพลิ้วสะบัดราวน้ำตกท่ามกลางพลังวิญญาณที่ปั่นป่วน
ค่ายกลใต้เท้านางหลอมรวมพลังบำเพ็ญตลอดชีวิตของผู้บำเพ็ญขั้นหยวนอิงทั้งเจ็ด บัดนี้กำลังเปล่งแสงสีเลือดชวนขนลุก
สิ่งที่ไหลเวียนอยู่ในลวดลายค่ายกลไม่ใช่เพียงพลังวิญญาณอีกต่อไป หากเป็นแก่นชีวิตที่กำลังถูกสูบออกจากคนทั้งเจ็ด ลวดลายทุกเส้นเปรียบดั่งเส้นเลือดอันละโมบ ดูดกลืนพลังบำเพ็ญและพลังชีวิตของผู้ถูกกักขังอย่างบ้าคลั่ง
ศึกที่ดูราวกับนางต้องรับมือศัตรูทั้งเจ็ดเพียงลำพังและไร้ทางรอดนี้ แท้จริงแล้วถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกว่าจะเป็นงานเลี้ยงตะกละของนาง!
ไป๋อิงยกมือขวาขึ้นอย่างสง่างาม นิ้วทั้งห้าบานราวดอกบัวแรกแย้ม ปลายนิ้วแต่ละนิ้วชักนำลวดลายค่ายกลนับหมื่น ขณะที่นางขยับมือเบา ๆ ค่ายกลใหญ่พลันส่งเสียงคำรามกึกก้องสะเทือนฟ้าดิน ราวกับเสียงคำรามแรกของสัตว์ร้ายโบราณยามตื่นจากหลับใหล
“ฉึก!”
โซ่ตรวนเจ็ดเส้นเปล่งประกายเลือดอันชั่วร้ายพุ่งออกมาจากใจกลางค่ายกล ปลายโซ่แต่ละเส้นรวมตัวเป็นหัวผีร้ายแสยะเขี้ยว โซ่เหล่านั้นประหนึ่งมีชีวิต วาดเส้นโค้งพิสดารกลางอากาศ ก่อนแทงเข้าใส่จุดสำคัญตรงตันเถียนของผู้บำเพ็ญขั้นหยวนอิงทั้งเจ็ดอย่างแม่นยำ
“อ๊าก! พลังบำเพ็ญของข้า!” ผู้บำเพ็ญชุดม่วงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดแสนสาหัส เขามองโซ่สีเลือดที่กำลังดูดกลืนพลังบำเพ็ญซึ่งตนฝึกฝนอย่างยากลำบากมานานกว่าห้าร้อยปีด้วยความหวาดผวา ร่างกายของเขาแตกร้าวเป็นใยแมงมุม พลังปราณโอสถอันบริสุทธิ์กำลังถูกสูบออกไปอย่างบ้าคลั่ง
