ไป๋อิงมองเหล่าคนสารเลวที่จ้องนางด้วยสายตาลามก ดวงตาฉายแววเหี้ยมเกรียม นางเหลือบมองถ้ำที่เพิ่งออกมา ก่อนเอ่ยกับคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“หากพวกเจ้าค้นวิญญาณข้า ข้าจะระเบิดตัวเองทันที พวกเจ้าจะไม่ได้อะไรไปทั้งสิ้น แต่หากยอมไว้ชีวิตข้า ข้าจะพาพวกเจ้าไปยังคลังสมบัติที่ใหญ่ที่สุดในที่แห่งนี้ ที่นั่นมีโอสถวิญญาณและของวิเศษนับไม่ถ้วน ทุกสิ่งล้วนมีพร้อม!”
“อะไรนะ? ยังมีสมบัติล้ำค่าเช่นนี้อีกหรือ?” เมื่อได้ยินคำพูดของไป๋อิง แววปีติยินดีก็ลุกโชนขึ้นในดวงตาของผู้บำเพ็ญหลายคน ณ ที่นั้น
พวกเขามาที่นี่ ก็เพื่อแสวงหาสมบัติในตำนานเหล่านี้มิใช่หรือ?
บัดนี้ไป๋อิงกลับเสนอจะนำทางไปด้วยตนเอง จะไม่ทำให้หัวใจพวกเขาพลุ่งพล่านได้อย่างไร
ชั่วขณะนั้น ทุกคนต่างนั่งไม่ติด คลังสมบัติที่ปรากฏขึ้นในสถานที่ลับอันลึกลับแห่งนี้ ทั้งยังเปิดออกด้วยกุญแจไข่มุกชุมนุมวิญญาณสีดำ ย่อมไม่ต้องกล่าวก็รู้ว่าล้ำค่าเพียงใด
หากได้สมบัติมาสักชิ้น การบำเพ็ญของตนย่อมก้าวกระโดดครั้งใหญ่ นี่คือวาสนาอันยิ่งใหญ่ที่พบพานได้ยากยิ่ง!
“แต่...” ไป๋อิงกลับเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน
นางมีสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนเอ่ยช้า ๆ “คลังสมบัตินั่นดูพิกลอยู่บ้าง ข้าแนะนำให้พวกเจ้าคิดให้รอบคอบ ภายในเต็มไปด้วยอันตราย หากเผลอเพียงนิดเดียว เกรงว่าชีวิตจะหาไม่”
ที่ไป๋อิงทำเช่นนี้ มิใช่เพราะอยากเตือนคนเหล่านี้จริง ๆ หากแต่เข้าใจธรรมชาติมนุษย์ดีเกินไป
หากนางเอ่ยตรง ๆ ว่าจะพาพวกเขาไป ผู้บำเพ็ญที่ระแวดระวังโดยสันดานเหล่านี้ย่อมสงสัยว่ามีแผนซ่อนเร้น รอให้สงบสติจากความยินดีแล้ว บางทีอาจลังเลขึ้นมา
