คนผู้นั้นแทบยืนไม่อยู่ สมองอื้ออึงไปหมด
“ไป๋... ไป๋อิง!”
ทันทีที่เขาเอ่ยสองคำนี้ออกมา ผู้คนรอบข้างต่างชะงักงัน เมื่อครู่คนผู้นี้ยังบอกว่าไป๋อิงตายไปแล้ว แต่เหตุใดตอนนี้นางจึงมายืนอยู่ต่อหน้าทุกคนได้?
เมื่อเห็นสีหน้าฉงนของผู้คน เขาก็พลันได้สติ ก่อนหน้านี้ตนเพิ่งพูดว่าไป๋อิงตายไปแล้ว ทว่าตอนนี้เจ้าตัวกลับปรากฏตัวอย่างปลอดภัย นี่ไม่เท่ากับตบหน้าตนเองต่อหน้าสาธารณชนฉาดใหญ่ ประกาศให้ทุกคนรู้ชัด ๆ หรอกหรือว่าที่พูดไปล้วนเป็นเรื่องโกหก
แล้วจะทำอย่างไรดี?
เขาร้อนรนจนแทบอยู่ไม่สุข สมองแล่นปรู๊ดปร๊าด ดวงตากลอกไปมา ก่อนจะคิดแผนขึ้นได้
เขาฝืนทำเป็นสงบนิ่ง บนใบหน้าปั้นรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย แล้วกล่าวกับไป๋อิงว่า “โอ้ ดูท่าเจ้าจะมีฝีมืออยู่บ้าง ถึงกับอ้อนวอนให้ผู้บำเพ็ญขั้นหลอมรวมกายไว้ชีวิตได้ แต่เพื่อให้รอดมาได้ เจ้าคงออกแรงบนเตียงไปไม่น้อยกระมัง”
ขณะพูด มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์โดยไม่รู้ตัว แววตานั้นเปี่ยมด้วยความมุ่งร้าย
เขารู้ดีว่าแต่ไหนแต่ไรมา ความบริสุทธิ์ของสตรีเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่สุด ทั้งยังยากจะพิสูจน์ บัดนี้ตนกุเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไป๋อิงกับผู้บำเพ็ญขั้นหลอมรวมกายขึ้นมา ต่อให้นางมีปากสักร้อยปากก็ยากจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน
เพียงยืนกรานเรื่องนี้ ไม่ว่าจริงหรือเท็จ ย่อมมีคนเชื่ออยู่บ้าง
อย่างไรเสีย ตอนนั้นก็มีคนไม่น้อยเห็นผู้บำเพ็ญขั้นหลอมรวมกายลงมือช่วยไป๋อิง เรื่องที่จับแพะชนแกะเช่นนี้แพร่กระจายในหมู่ผู้คนได้ง่ายที่สุด และยิ่งเล่าก็ยิ่งผิดเพี้ยน
