สถานการณ์ตรงนั้นพลันตกอยู่ในความโกลาหล ผู้คนแตกฮือหนีเอาชีวิตรอด เสียงร้องตะโกนด้วยความหวาดกลัวดังประสานกัน กรีดทำลายความเงียบสงบที่เคยมี
มังกรฉือร่างมหึมาและน่าสะพรึงกลัว ทุกครั้งที่มันสะบัดกายล้วนแฝงพลังประหนึ่งแผ่นดินไหวภูเขาถล่ม มิใช่สิ่งที่คนเหล่านี้จะต่อกรได้ในยามนี้
คนบางส่วนเห็นว่าหนทางหนีรอดริบหรี่ จึงเกิดใจเด็ดเดี่ยวขึ้นมา ดวงตาแดงก่ำ กัดฟันแน่น แล้วระดมกำลังทั้งหมดเข้าโจมตีมังกรฉือ หวังจะขับไล่มันให้ถอยไป
ทว่าความเป็นจริงกลับโหดร้ายจนแทบทำให้ผู้คนหายใจไม่ออก
ร่างมหึมาของมังกรฉือประหนึ่งภูผาที่ไม่มีวันพังทลาย เมื่อเผชิญการโจมตีที่โหมกระหน่ำราวคลื่นยักษ์ มันเพียงสะบัดหางอย่างดูแคลน ปราณกระบี่ฟาดลงบนเกล็ดแข็งแกร่งจนประกายไฟแตกกระจาย แต่กลับไม่ทิ้งแม้แต่รอยขีดข่วนตื้น ๆ ไว้สักรอย ส่วนวิชาอาคมร้อนระอุที่ตกกระทบตัวมัน ทำได้เพียงให้เกล็ดเปล่งแสงริบหรี่ มันไม่แม้แต่จะส่งเสียงครางต่ำ ราวกับการโจมตีสุดกำลังเหล่านั้นเป็นเพียงยุงริ้นกัด ไม่คู่ควรให้ใส่ใจ
ยามนี้ ความโกรธแค้นในใจทุกคนพลุ่งพล่านดั่งคลื่นเชี่ยวกราก และพุ่งเป้าไปที่หวังชิวฉือทั้งหมด เจ้าคนโง่นั่น หากไม่ดึงดันทำตามใจตน ป่านนี้ทุกคนคงถอนตัวไปได้อย่างปลอดภัยแล้ว
แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น แทบอยากขย้ำหวังชิวฉือให้ตายคาปาก
หวังชิวฉือเองก็เสียใจจนแทบขาดใจ เขามองมังกรฉือที่ไล่ตามหลังมาไม่ยอมหยุด ต่อให้พยายามสลัดอย่างไรก็ไม่หลุด ความหวาดกลัวถาโถมท่วมท้นราวคลื่นทะเล เขาหนีสุดชีวิต หัวใจเต้นกระหน่ำอยู่ในอก ราวกับจะทะลุออกมาข้างนอก เมื่อเห็นมังกรฉือเร่งความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เงามรณะคืบคลานใกล้เข้ามาทุกขณะ เขาก็ควานหาของในอกอย่างลนลาน ในที่สุดก็หยิบยันต์แผ่นหนึ่งออกมา แล้วแปะลงบนร่างด้วยมือสั่นเทา
