“ไม่!”
เสียงของผู้อาวุโสใหญ่แหลมสูงและแฝงความรวดร้าว ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า จับจ้องไป๋อิงที่ถูกแสงสว่างห่อหุ้มและค่อย ๆ เลือนหายไปในทิศทางของมิติม่านพลังกั้นศิลาจารึก ราวกับเพียงทำเช่นนี้ก็จะดึงนางกลับมาได้
“ไม่...”
เสียงของเขาพลันแผ่วลง เปี่ยมด้วยความสิ้นหวังและไม่ยินยอมอย่างถึงที่สุด คล้ายเป็นเสียงดิ้นรนเฮือกสุดท้ายที่เค้นออกมาจากส่วนลึกของวิญญาณ
ขาทั้งสองพลันอ่อนแรง ผู้อาวุโสใหญ่ทรุดฮวบลงนั่งกับพื้น มือทั้งสองตกลงข้างกายอย่างไร้เรี่ยวแรง ร่างสั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้
น้ำตาทะลักจากดวงตาขุ่นมัว ไหลอาบแก้มเหี่ยวย่นอย่างไม่อาจห้าม เขาถึงกับร้องไห้โฮราวกับเด็กน้อย
การสืบทอดครั้งนี้ สำหรับเขาและตระกูลไป๋แล้ว คือสมบัติล้ำค่าสูงสุด เป็นวาสนาที่บรรพชนมากมายใฝ่ฝันถึง ทั้งยังแบกรับความหวังในการผงาดขึ้นของตระกูล
หากเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนที่ไป๋ตี๋จะลงมือเล่นงานไป๋อิง เขาคงตื่นเต้นจนข่มตาหลับไม่ลงตลอดคืน ซ้ำยังอาจจัดงานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ในตระกูล และยกไป๋อิงเป็นดาวนำโชคของตระกูล ทว่าสิ่งนี้กลับเกิดขึ้นในเวลาเช่นนี้ ในยามที่ไป๋อิงตัดขาดกับตระกูลไป๋อย่างสิ้นเชิง ศิลาจารึกกลับเลือกนาง!
เพื่อออกจากตระกูลไป๋และขีดเส้นแบ่งกับพวกเขาให้ชัดเจน ไป๋อิงถึงกับลงมือควักรากวิญญาณของตนเอง! การกระทำเด็ดขาดเช่นนี้ชัดเจนว่านางต้องการตัดขาดไมตรีกับตระกูลไป๋โดยสิ้นเชิง
ผู้อาวุโสใหญ่ยื่นมือทั้งสองออกไปอย่างเจ็บปวด ก่อนจะขยุ้มเส้นผมของตนแน่น ข้อนิ้วซีดขาวเพราะออกแรง ริมฝีปากสั่นระริก อยากเอ่ยบางอย่างแต่ความเจ็บปวดเต็มอกกลับอุดตันลำคอ ทำได้เพียงส่งเสียงสะอื้นอู้อี้หลายครั้ง
