ชั่วขณะนั้น ทุกคนต่างนิ่งงัน ไม่กล้าเชื่อสิ่งที่ตนเพิ่งได้ยินแม้แต่น้อย
โดยเฉพาะเหล่าศิษย์สำนักฮวาหยางที่ยังมีชีวิตอยู่ ต่างเบิกตากว้างจนแทบถลน
ฉินหัวเจินเหรินเรียกชื่อหร่วนซินโหรวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขายื่นมือออกไป กอดก้อนอากาศไว้ในอ้อมแขน จากนั้นยังยื่นริมฝีปาก ทำเสียงจุ๊บจั๊บพลางจูบฟอด ๆ
ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ เขาถึงกับถอดเสื้อผ้าต่อหน้าผู้คนมากมาย...
คนของสำนักฮวาหยางไม่เคยคิดเลยว่าฉินหัวเจินเหรินจะทำเรื่องเช่นนี้ ต่างรีบพุ่งเข้าไปขัดขวาง ไม่ให้เขาทำเรื่องเกินเลยไปมากกว่านี้
ใบหน้าของไป๋อิงเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
นางไม่คิดเลยว่ามารจิตใจของฉินหัวเจินเหรินจะเป็นเช่นนี้
ทันใดนั้น ความรู้สึกคลื่นเหียนที่บรรยายไม่ถูกก็ผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจของไป๋อิง
ฉินหัวเจินเหรินมีความคิดสกปรกเช่นนี้ต่อหร่วนซินโหรวจริง ๆ
เช่นนั้นที่ผ่านมา ที่เขาคอยลำเอียงเข้าข้างนางทั้งหมด ก็เพราะเขาคิดกับหร่วนซินโหรวเช่นนี้นี่เอง!
นอกค่ายกลใหญ่ของไป๋อิง ยังมีผู้คนกลุ่มหนึ่งยืนมุงดู เมื่อเห็นท่าทางน่าอับอายของฉินหัวเจินเหริน สีหน้าของแต่ละคนก็แปรเปลี่ยนเป็นพิกลอย่างยิ่ง
ในโลกบำเพ็ญเซียน เรื่องอาจารย์กับศิษย์รักใคร่กันใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้น และก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร
แต่การทำเรื่องเหลวไหลเช่นนี้ต่อหน้าสาธารณชนมากมาย ช่างขายหน้ายิ่งนัก
“หากข้าเป็นฉินหัวเจินเหริน พอฟื้นคืนสติแล้วคงอยากตายให้รู้แล้วรู้รอด”
“ขายหน้าจริง ๆ ฉินหัวเจินเหรินผู้นี้ดูเหมือนผู้ทรงศีล แต่ใครจะรู้ว่าความคิดกลับน่าขยะแขยงถึงเพียงนี้”
