ไป๋อิงกลับมายังค่ายกลสังหารแห่งหนึ่งในจงโจวผ่านค่ายกลเคลื่อนย้าย
นางใช้เวลาหนึ่งร้อยปีในห้วงมิติมายา ตลอดช่วงเวลานั้น ความเข้าใจในค่ายกลของนางก้าวหน้าขึ้นอีกขั้น
“เป็นเช่นนี้จริง ๆ ความรู้สึกเมื่อมองค่ายกลแห่งนี้คราก่อนกับตอนนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง... ค่ายกลนี้ช่างลึกล้ำยิ่งนัก”
ไป๋อิงต้องการเก็บค่ายกลสังหารไว้ในธงค่ายกลเพื่อพกติดตัว แทนที่จะต้องถูกจำกัดอยู่ในสภาพเช่นตอนนี้
หากได้ค่ายกลสังหารแห่งนี้มาเป็นกำลังหนุน ต่อให้ผู้บำเพ็ญขั้นหลอมสุญตามาอยู่ตรงหน้า นางก็ไม่หวาดกลัวอีกแล้ว
แม้แต่ผู้บำเพ็ญขั้นหลอมสุญตาของสำนักฮวาหยางผู้นั้น นางก็สังหารได้!
ไป๋อิงสำรวจค่ายกลสังหารโบราณอันซับซ้อนตรงหน้าอย่างละเอียด
โชคดีที่ผ่านการทำความเข้าใจมานับร้อยปี บัดนี้นางจึงมั่นใจอยู่หลายส่วน
ไป๋อิงสงบจิตรวมสมาธิ เฝ้าสังเกตค่ายกลสังหารแห่งนี้ พร้อมค่อย ๆ แยกส่วนมันออกทีละน้อย
ดวงตาหยินหยางตรงใจกลางผังค่ายกลหมุนเวียนด้วยปราณโกลาหล ทำให้ญาณของนางร่วงจมลงในโคลนตมชั่วพริบตา
ไป๋อิงกลั้นหายใจรวบรวมสมาธิ ขยายสัมผัสรับรู้จนถึงขีดสุด
ลึกเข้าไปในจุดศูนย์กลางค่ายกล เส้นชีพจรวิญญาณสิบสองสายพาดไขว้กันประหนึ่งใยแมงมุมยักษ์ ทุกสายเอ่อล้นด้วยพลังมหาศาล ราวกับเพียงแตะต้องแผ่วเบาก็จะระเบิดอานุภาพบดขยี้ขุนเขาให้แหลกสลายได้ เส้นชีพจรวิญญาณที่สั่นสะเทือนเหล่านั้นคล้ายกระดูกและเส้นเอ็นของสัตว์ยักษ์บรรพกาลซึ่งหมอบซ่อนอยู่ ชวนให้ผู้คนหวาดหวั่นจนไม่กล้าเข้าใกล้
