ก่อนไปยังสำนักหมื่นพิษ ไป๋อิงแวะไปยังสถานที่แห่งหนึ่งตามลำพัง และสังหารคนไปสามคน
คนทั้งสามยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้องโหยหวน ก็สิ้นชีพลงแล้ว
โลหิตย้อมหุบเขาให้กลายเป็นสีแดง นางมองศพทั้งสามอย่างไร้อารมณ์ เช็ดคราบเลือดบนกระบี่ ก่อนหมุนกายจากไปสมทบกับคนของสำนักเสวียนเทียน
เมื่อเรือรบของสำนักเสวียนเทียนบดบังฟ้าพุ่งเข้าหาสำนักหมื่นพิษ โลกบำเพ็ญเซียนทั้งมวลก็สั่นสะเทือน
สงครามล้างสำนักที่มีขนาดใหญ่ถึงเพียงนี้ นับว่าหาได้ยากยิ่งในโลกบำเพ็ญเซียนตลอดเกือบพันปีที่ผ่านมา
ภายในรัศมีร้อยลี้รอบสำนักหมื่นพิษ พลังวิญญาณฟ้าดินปั่นป่วนรุนแรงประหนึ่งน้ำเดือดพล่าน แสงกระบี่นับไม่ถ้วนพุ่งทะยานขึ้นฟ้า สานกันเป็นตาข่ายสังหารแน่นขนัดเหนือเวหา กองทัพสามพันศิษย์สำนักเสวียนเทียนแผ่แรงกดดันชวนให้ผู้คนหายใจไม่ออก
สำนักต่าง ๆ ที่ผูกไมตรีกับสำนักหมื่นพิษรีบมาถึงเมื่อได้ข่าว ทว่าพอเห็นร่างสีขาวที่ยืนอยู่หน้ากองทัพ ทุกคนก็หยุดฝีเท้าพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ไป๋อิงยืนกลางอากาศ อาภรณ์ขาวโบกสะบัดกระทบสายลมแรง นางแตะปลายนิ้วเบา ๆ แสงกระบี่เจิดจ้าสายหนึ่งกรีดผ่าท้องฟ้า ทิ้งรอยแยกไว้กลางห้วงมิติ ซึ่งคงอยู่เนิ่นนานไม่เลือนหาย
“หากไม่อยากตายก็ไสหัวไปให้ไกล!” เสียงนางไม่ดังนัก ทว่ากลับก้องชัดเข้าหูทุกคน “ผู้ใดกล้ายื่นมือเข้ามา...” นางพลิกข้อมือ รอยแยกมิติพลันขยายกว้าง กลืนยอดเขาทั้งลูกลงไปต่อหน้าต่อตา “นี่คือจุดจบของมัน”
เหล่าผู้บำเพ็ญที่เฝ้าดูอยู่ต่างหน้าเปลี่ยนสี พากันถอยร่นไปหลายลี้ ชายชราผมขาวคนหนึ่งเอ่ยเสียงแผ่วอย่างไม่ยินยอม “บนตัวนางยังมีสมบัติลับโบราณอยู่...”
