ศิลาจารึกของตระกูลไป๋พลันคล้ายสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง จู่ ๆ ก็เปล่งแสงเจิดจ้าขึ้นมา
แสงนั้นประหนึ่งดวงตะวันเจิดจ้า สาดส่องทั่วท้องนภา จนผู้คนลืมตาแทบไม่ขึ้น อากาศโดยรอบพลันปั่นป่วนอย่างรุนแรง ก่อนจะรวมตัวเป็นลำแสง พุ่งตรงไปยังทิศทางที่ไป๋อิงอยู่
ผู้อาวุโสหลายคนของตระกูลไป๋ยืนนิ่งงันอยู่กับที่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ พวกเขารู้มาตั้งแต่เยาว์วัยว่า ศิลาจารึกนี้เป็นสิ่งที่ผู้บำเพ็ญที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ตระกูลไป๋ทิ้งไว้ ภายในมีบันทึกประสบการณ์การบำเพ็ญของผู้อาวุโสท่านนั้นเก็บรักษาอยู่ ผู้อาวุโสในตระกูลสั่งให้พวกเขาบำเพ็ญอยู่หน้าศิลาจารึกมาโดยตลอด หวังว่าจะหยั่งรู้บางสิ่งจากมันได้
ตำนานเล่าว่า หากผู้ใดหยั่งรู้ประสบการณ์เหล่านั้นได้ ก็จะเปิดมรดกลับที่ซ่อนอยู่ในศิลาจารึก
ทว่ากาลเวลาผ่านไปจากรุ่นสู่รุ่น จวบจนบัดนี้ ทั่วทั้งตระกูลไป๋ก็ยังไม่มีผู้ใดสัมผัสได้ถึงความลึกลับในศิลาจารึก
ผู้อาวุโสทั้งหลายถึงกับเคยสงสัยกันเป็นการส่วนตัวว่าตำนานนี้เป็นจริงหรือไม่ แม้ยังคงทำตามธรรมเนียมของบรรพชน ให้คนรุ่นหลังในตระกูลบำเพ็ญอยู่หน้าศิลาจารึก แต่ลึก ๆ แล้วต่างคิดว่ามรดกที่ว่าคงเป็นเพียงความฝันอันไกลเกินเอื้อม ถึงขั้นมีบางคนเชื่อว่าตำนานนั้นอาจไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงคำโกหกที่คนรุ่นก่อนแต่งขึ้นเพื่อกระตุ้นให้พวกเขาบำเพ็ญเท่านั้น
แต่ในเวลานี้ ศิลาจารึกที่นิ่งเงียบไร้ความเคลื่อนไหวมานับพันปี กลับเกิดการเปลี่ยนแปลงอันน่าตื่นตะลึงขึ้นโดยไร้ลางบอกเหตุ!
