หยางอันฉีไม่เคยคิดเลยว่าไป๋อิงจะโต้กลับเช่นนี้ ใบหน้าของนางพลันแดงก่ำราวกับมะเขือเทศสุกงอม ก่อนจะกรีดเสียงด้วยความอับอายปนโกรธว่า “เจ้าพูดอะไรของเจ้า? ยัยเด็กบ้านนอกจากถิ่นทุรกันดาร! อย่ามาทำท่าวางอำนาจต่อหน้าข้า ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อน ศิษย์พี่ติงมีสายตาสูงส่ง ไม่มีทางสนใจเจ้าแน่ รีบตัดใจเสียเถอะ! เขาไม่มีวันแต่งกับเจ้า!”
ไป๋อิงเห็นได้ชัดว่าไม่คิดว่าหยางอันฉีจะพูดเช่นนี้ออกมา
ศิษย์พี่ติงเหยียนน่ะหรือ?
นางไม่เข้าใจว่าหยางอันฉีโยงเรื่องนี้ไปถึงติงเหยียนได้อย่างไร
นางกับติงเหยียนไม่มีความเกี่ยวข้องกันแม้แต่น้อย
ติงเหยียนเองก็ไม่คิดว่าหยางอันฉีจะรู้ถึงความตั้งใจของอาจารย์ตน ที่อยากให้เขาแต่งกับไป๋อิง
เมื่อหยางอันฉีพูดออกมาถึงขั้นนี้ เขาจึงรีบลุกขึ้นแล้วกล่าวกับไป๋อิงว่า “ไป๋อิง เรื่องเป็นเช่นนั้นจริง อาจารย์อยากให้ข้าแต่งกับเจ้า แต่ข้าขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ ข้ากับเจ้าเป็นคนจากคนละโลก ข้าไม่มีวันแต่งกับเจ้า เพราะฉะนั้นจงเลิกคิดเรื่องนี้เสียให้หมด”
ติงเหยียนไม่รู้ว่านี่เป็นเพียงความคิดฝ่ายเดียวของอาจารย์ตน เขาจึงเข้าใจว่าอาจารย์ของเขากับอาจารย์ของไป๋อิงตกลงกันไว้แล้ว
ยามนี้สายตาที่เขามองไป๋อิงเต็มไปด้วยความดูแคลน
เขาไม่เชื่อเลยว่าไป๋อิงจะไม่รู้ถึงแผนการเบื้องหลัง บางทีทั้งหมดนี้อาจเป็นแผนที่นางวางไว้อย่างจงใจ คิดเกาะเกี่ยวเขาและหมายจะพึ่งพาเขา เมื่อคาดเดาเช่นนี้ ถ้อยคำที่เขาใช้กับไป๋อิงย่อมเฉียบคมไร้ความปรานี
