ติงเหยียนกล่าวกับไป๋อิงอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “แค่ไปครู่เดียวเท่านั้น ที่นี่มีอาหารเลิศรสหลายอย่างที่เจ้าไม่เคยพบเห็นมาก่อน อีกอย่าง ประตูสำนักยังไม่เปิด พวกเราก็เข้าไปไม่ได้อยู่ดี”
สิ้นคำ หยางอันฉีก็ยิ้มกล่าวกับไป๋อิงว่า “ศิษย์น้อง ที่นี่มีอาหารเลิศรสหายาก พวกเราต้องจองล่วงหน้าตั้งหนึ่งเดือน หากพลาดไปคงน่าเสียดายพอดี เจ้าจะได้เปิดหูเปิดตาด้วย”
ทว่าถึงหยางอันฉีจะกล่าวเช่นนั้น ครั้นขึ้นไปถึงชั้นบน นางกลับจงใจสั่งเสี่ยวเอ้อร์ให้เหลือที่นั่งน้อยไปหนึ่งที่
หยางอันฉียิ้มเอ่ยว่า
“ขออภัยนะศิษย์น้อง ข้าก็ไม่คิดเหมือนกันว่าวันนี้จะมีคนมากถึงเพียงนี้ ในเมื่อไม่มีที่นั่ง เจ้าก็คงต้องยืนไปก่อน”
การกระทำของหยางอันฉีเห็นได้ชัดว่าเป็นการข่มไป๋อิงให้รู้สำนึก
ทุกครั้งที่สำนักหลิงอิ่นรับศิษย์ใหม่ ศิษย์พี่ศิษย์น้องจะสั่งสอนศิษย์ที่เพิ่งเข้ามาให้รู้ว่า ‘กฎระเบียบ’ คืออะไร
หากไม่กลั่นแกล้งสักครั้ง ให้พวกเขารู้จักเคารพผู้อาวุโส พวกเขาก็ไม่มีทางรู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ
ยิ่งไปกว่านั้น หยางอันฉียังเป็นปรปักษ์กับไป๋อิงอยู่ไม่น้อย
ก่อนหน้านี้นางหลงรักติงเหยียนมาโดยตลอด ทั้งยังวาดฝันว่าจะได้ครองคู่กับเขาในวันหน้า
แต่วันหนึ่ง เมื่อนางไปหาติงเหยียน กลับได้ยินบทสนทนาระหว่างอาจารย์ของเขากับติงเหยียน
อาจารย์ของติงเหยียนถึงกับคิดจะให้เขาแต่งไป๋อิง!
หยางอันฉีมองไป๋อิงด้วยสายตาดูแคลน รู้สึกเหลือเชื่อจนถึงที่สุด
นางเคยนึกว่าอาจารย์ของติงเหยียนจะมีสายตาสูงส่งเพียงใดเสียอีก
ใครจะคิดว่าเด็กสาวตรงหน้าจะมีตบะต่ำจนแทบมองข้ามได้ ทั้งยังมาจากสถานที่เล็ก ๆ อย่างจงโจว ดูแล้วก็บ้านนอกเสียเหลือเกิน
