เซี่ยหมิงเต๋อกับฮูหยินเซี่ยมองเซี่ยอวี่เวยอย่างไม่อยากเชื่อ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่กล้าเชื่อว่าเซี่ยอวี่เวยจะลงมือทำเรื่องเช่นนี้ได้...
แม้เซี่ยอวี่เวยจะไม่ชอบเซี่ยชิงไต้ แต่ก็คงไม่ถึงกับปล่อยให้นางต้องตายกระมัง?
ริมฝีปากของฮูหยินเซี่ยสั่นระริก “อวี่เวย เจ้า... เจ้าไม่ได้... เจ้าทำอะไรลงไป?”
“ทำอะไรลงไปหรือ?”
สีหน้าของเซี่ยอวี่เวยย่ำแย่ถึงขีดสุด เมื่อมาถึงขั้นนี้ นางก็เสแสร้งต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว
“ก็คิดจะฆ่านังสารเลวนี่อย่างไรเล่า!”
นางจ้องบิดามารดาคู่นี้อย่างขุ่นเคือง “เป็นความผิดของพวกท่านทั้งนั้น! มีข้าอยู่คนเดียวก็พอแล้วแท้ ๆ แต่ทำไมต้องประจบเอาใจนางเพียงเพราะนางเก่งกาจด้วย! เมื่อวานถึงกับเฆี่ยนข้าด้วยแส้เพื่อนางด้วยซ้ำ!”
เซี่ยอวี่เวยหันไปทางไป๋อิงแล้วตะคอกใส่นาง เสียงแหบพร่าจนน่ากลัว “นังสารเลว! ข้าต่างหากที่เป็นลูกสาวของบ้านนี้ ข้าอยู่ที่นี่มาตั้งสิบเจ็ดปีแล้ว เหตุใดเจ้าต้องกลับมาด้วย? เหตุใดต้องบอกพ่อแม่ว่าเจ้าเป็นลูกแท้ ๆ ของพวกเขา! เจ้าสมควรตาย! ข้าอยากฆ่าเจ้ามานานแล้ว น่าจะฆ่าเจ้าเสียตั้งแต่วันแรกที่กลับมา!”
ฝูงชนสูดปากด้วยความตกตะลึง ต่างมองนางอย่างไม่อยากเชื่อ
“ทั้งที่ตัวเองแย่งรังนกกางเขนแท้ ๆ ยังกล้ากล่าวโทษคนอื่น แถมยังคิดจะฆ่าคนอีก”
“ข้าไม่เคยเห็นคนหน้าด้านถึงเพียงนี้มาก่อน”
“นางควรสำนึกบุญคุณด้วยซ้ำ ที่ได้ใช้ชีวิตซึ่งไม่ใช่ของตัวเองมานานถึงเพียงนี้”
เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ สีหน้าของเซี่ยอวี่เวยก็ยิ่งบิดเบี้ยว “พวกเจ้าจะไปรู้อะไร! ทุกสิ่งในบ้านนี้เดิมทีก็เป็นของข้า!” นางหันไปหาไป๋อิง ดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น “เจ้าควรตายไปตั้งนานแล้ว... แต่ทำไม? ก่อนหน้านี้เจ้าดื่มชาถ้วยนั้นไปแล้วแท้ ๆ... เหตุใดปีศาจอสูรถึงไม่กลับมาโจมตีเจ้า...”
