เหล่าปีศาจอสูรเลียเขี้ยวเปื้อนเลือดอย่างตะกละตะกลาม ลูกตาสีแดงฉานวาวโรจน์ด้วยแววอำมหิตในความมืด
พวกมันค่อย ๆ หันไปทางไป๋อิง น้ำลายหยดจากซอกฟันขาววาว ราวกับกำลังมองหาเหยื่อรายต่อไป
ทว่าในยามที่พวกมันมองไปทางไป๋อิง จู่ ๆ ไอหนาวเหน็บเสียดกระดูกก็แผ่ซ่านปกคลุมลานโล่งกลางป่า
หมาป่ามารหกตาที่เป็นจ่าฝูงชะงักแข็งทื่อเป็นตัวแรก ดวงตาทั้งหกคู่ที่เปล่งแสงเขียวหดเล็กลงเท่าปลายเข็มพร้อมกัน สัตว์ดุร้ายที่เคยฉีกกระชากผู้บำเพ็ญมานับไม่ถ้วน บัดนี้กลับสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม ขนแผงคอตรงลำคอตั้งชัน กรงเล็บคมกริบจิกลงในดินลึก ทว่าร่างกลับถอยหนีไปด้านหลังตามสัญชาตญาณ
ไป๋อิงยืนนิ่งอยู่กับที่ นางไม่ได้ตั้งท่าโจมตีแม้แต่น้อย เพียงกวาดตามองฝูงปีศาจอสูรอย่างเฉยชา ด้วยดวงตาเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก
“โฮ…”
หมาป่ามารพลันส่งเสียงคร่ำครวญโหยหวน เสียงนั้นไม่เหลือเค้าความดุร้ายยามล่าเหยื่อเมื่อครู่แม้แต่น้อย กลับคล้ายสุนัขจรจัดที่ถูกเหยียบหาง มันหันหลังวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง ครั้นหันตัวก็ชนต้นเมเปิลลำต้นหนาเท่าปากชามจนหักโค่น ก่อนหายลับเข้าไปในป่าลึกโดยไม่เหลียวหลัง
ปีศาจอสูรตัวอื่นมีสภาพน่าเวทนายิ่งกว่าเดิม จิ้งจอกปีศาจสามหางทรุดฮวบลงกับพื้น หมีดำหลังเหล็กใช้สองอุ้งเท้าหน้ากอดหัวแน่น กลิ้งหนีไปประหนึ่งลูกบอล ส่วนหมูป่าเขี้ยวโลหิตที่ดุร้ายที่สุดกลับน่าขันยิ่ง มันตื่นตระหนกจนพุ่งชนพวกเดียวกัน สุดท้ายพลิกหงายท้องชี้ฟ้า ดิ้นรนถีบดินด้วยกีบเท้าถอยหลัง
ปีศาจอสูรที่เหลือต่างแตกฮือหลบหนีกันไปคนละทิศ เพียงชั่วพริบตาก็หายลับไปในราตรี
ฮูหยินเซี่ยทรุดนั่งอยู่บนพื้น อาภรณ์หรูหราถูกดินโคลนและคราบเลือดเปรอะเปื้อนจนดูไม่ได้ นางจ้องไป๋อิงเขม็ง ความเคียดแค้นในดวงตาราวกับจะจับต้องได้ ประหนึ่งอยากสับนางเป็นหมื่นชิ้น
