เหยียนชื่อหลิงส่งเสียงสะอื้นแผ่วพร่าจากลำคอ ร่างทั้งร่างขดงอเป็นก้อน เล็บจิกฝ่ามือลึกจนเลือดไหลซึมตามง่ามนิ้ว หยดลงบนแผ่นศิลาสีเขียว เบ่งบานเป็นดอกเหมยสีชาดสะดุดตาทีละดอก
“ขอโทษ...”
เสียงของเขาแตกพร่า ราวกับดังมาจากที่แสนไกล
ภาพความทรงจำในอดีตยิ่งแจ่มชัดขึ้นทุกขณะ
ไป๋อิงในวัยเยาว์เขย่งปลายเท้าเช็ดคราบเลือดบนใบหน้าให้เขา “ศิษย์พี่สี่ไม่เจ็บนะ ข้าจะเป่าให้”
ไป๋อิงในวัยเยาว์ยืนอยู่ใต้ต้นท้อ ใบหน้าแดงระเรื่อขณะรับปิ่นไม้ท้อที่เขาแกะสลักให้
ยังมีครั้งนั้นที่เขาบาดเจ็บสาหัสจนหมดสติ เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นไป๋อิงฟุบอยู่ข้างเตียง ใต้ตาคล้ำดำอย่างเห็นได้ชัด
ความทรงจำแสนอบอุ่นเหล่านี้ผสานเข้ากับบาดแผลที่เกิดขึ้นในภายหลัง ทำให้เหยียนชื่อหลิงเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก
เขานึกถึงว่าตนค่อย ๆ บีบคั้นคนที่รักเขาที่สุดให้กลายเป็นคนแปลกหน้าที่คุ้นเคยได้อย่างไร
“ไป๋อิง... ไป๋อิง...”
เขาเรียกชื่อนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวเด็กน้อยหลงทาง เสียงค่อย ๆ แผ่วลง ก่อนจะกลายเป็นเสียงสะอื้นไร้ถ้อยคำ
นอกหน้าต่าง พายุฝนโหมกระหน่ำ ฟ้าร้องกึกก้อง ราวกับสวรรค์กำลังร่ำไห้ให้กับความรักที่ถูกทรยศครั้งนี้
เหยียนชื่อหลิงหยิบมีดสั้นที่นำออกมาจากใต้ผาสำนึกผิดออกมา
คมมีดสะท้อนใบหน้าบิดเบี้ยวของเหยียนชื่อหลิง เขาคว้ามีดสั้นขึ้นมาโดยพลัน แล้วแทงเข้าที่กลางอกอย่างไม่ลังเล—
