กล่าวจบ ไป๋อิงก็ไม่อยู่ที่นี่ต่ออีก หันหลังเดินตรงเข้าสำนักหลิงเซียว
มหรสพฉากใหญ่จบลงเช่นนี้ ทุกคนต่างทยอยจากไป
เจินเหรินมู่เองก็จากไปอย่างหมดสภาพ ไหนเลยจะยังมีความองอาจอย่างที่กล่าวไว้แต่แรก
มีเพียงผู้อาวุโสสี่ที่ยังยืนนิ่งงันอยู่ตรงนี้ เขายังคงไม่อาจยอมรับความจริงที่ว่าตนกำลังจะจากโลกนี้ไป
ทว่าก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าร่างกายกำลังอ่อนแอลง
ด้วยขอบเขตบำเพ็ญเพียรเช่นเขา ย่อมตรวจสอบสภาพร่างกายของตนได้
แต่เขากลับไม่ยินดีเชื่อ
เมื่อกลับไป คนเหล่านั้นก็พาผู้อาวุโสสี่กลับไปยังที่พัก ให้เขาพักฟื้นอยู่ข้างในอย่างดี
ทว่าพวกเขาต่างรู้ดีว่าผู้อาวุโสสี่ในตอนนี้หมดหนทางเยียวยาแล้ว ยังจะต้องพักฟื้นไปเพื่ออะไรอีก?
แม้แต่บ่าวไพร่ในเรือนของผู้อาวุโสสี่ก็ยังพูดเรื่องเหล่านี้ลับหลังเขา
“รู้อย่างนี้แต่แรกก็น่าจะให้ไป๋อิงรักษาผู้อาวุโสสี่เสีย ตอนนี้กลับกลายเป็นสภาพเช่นนี้”
“ก็เพราะผู้อาวุโสสี่เชื่อเจินเหรินมู่เองไม่ใช่หรือ ตอนนั้นไป๋อิงจะรักษาให้เขาอยู่แล้ว แต่เขาปฏิเสธเอง
อีกอย่าง ไป๋อิงก็บอกไว้นานแล้วว่าอย่ากินโอสถที่เจินเหรินมู่ให้ แต่เขาก็ไม่ฟัง ทีนี้เป็นอย่างไรเล่า แม้แต่ชีวิตก็จะรักษาไว้ไม่ได้แล้ว”
แม้ผู้อาวุโสสี่จะสูญสิ้นพลังฝีมือ แต่จิตวิญญาณของเขายังคงเป็นจิตวิญญาณของผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพ ความสามารถในการรับรู้สิ่งรอบกายจึงแข็งแกร่งผิดธรรมดา
