หัวใจของหลี่ชิงกระตุกวูบ ความรู้สึกไม่ดีก่อตัวขึ้นมาในใจ
เขาฝืนใจเดินเข้าไปในห้องส่วนตัว ตามธรรมเนียมแล้วก้มตัวเล็กน้อย ก่อนเอ่ยว่า “ขอโทษที่รบกวนนะครับ ของที่คุณสั่ง...”
ยังไม่ทันพูดจบ ถาดในมือก็ถูกใครบางคนแย่งไปเสียแล้ว
“เอาละ ๆ วางไว้ตรงนี้ก็พอ ทำไมต้องทำตัวห่างเหินขนาดนั้นด้วย!”
คนพูดคืออัลฟ่าที่เพิ่งเปิดประตูออกมาเมื่อครู่นี้ เขาแย่งถาดไปวางบนโต๊ะน้ำชาอย่างส่ง ๆ แล้วก็ยื่นมือมาผลักไหล่หลี่ชิง พยายามดันเขาไปทางโซฟาตัวประธานที่เหอเซียงเฉินนั่งอยู่
“มา ๆ อย่ายืนอยู่เลย!”
หลี่ชิงถูกผลักจนเซไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แต่ก็รีบยืนทรงตัวได้ แล้วไม่ขยับต่อ
สีหน้าเขาดูตื่นตระหนกอยู่บ้าง ในห้องส่วนตัวมีทั้งชายหญิงหลายคนนั่งอยู่ ทั้งโอเมก้า เบต้า และอัลฟ่า สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เขาอย่างเปิดเผย ทั้งสำรวจและมองอย่างสนุกสนาน
เมื่อเห็นเขายืนนิ่ง คนอื่น ๆ ก็พากันส่งเสียงแซว หัวเราะพลางล้อมเข้ามา
“นี่น้องชาย ยืนนิ่งทำไมล่ะ นั่งสิ เร็วเข้า!”
“นั่นสิ ไหน ๆ ก็มาแล้ว ยืนอยู่แบบนี้ก็ห่างเหินกันเกินไป!”
เหอเซียงเฉินไม่พูดอะไรสักคำ
โซฟาทรงกลมที่นั่งได้เจ็ดแปดคน ตอนนี้มีคนนั่งอยู่แค่สองสามคน ตำแหน่งตรงกลางถูกเขาครอบครองไว้เพียงลำพัง ส่วนพื้นที่ทั้งซ้ายและขวากว้างโล่ง เดิมทีควรมีพนักงานต้อนรับนั่งอยู่ข้างละคน แต่ตอนนี้กลับไม่มีใครสักคน
เขานั่งไขว่ห้าง มองหลี่ชิงที่ถูกคนอื่นผลักไสด้วยสีหน้าเรียบเฉย แล้วปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไป
หลี่ชิงถูกคนล้อมไว้ เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแห้งผากว่า “ขอโทษนะครับทุกท่าน ผม...ผมยังต้องทำงาน อยู่ที่นี่นานไม่ได้ ถ้าทุกท่านต้องการคนมานั่งเป็นเพื่อน ทางเรามีพนักงานต้อนรับมืออาชีพครับ”
