บทที่ 4 ฟังสะใจหรือยัง
เฉินอู้เหมียนส่ายหน้าเบา ๆ พูดเสียงเบาว่า “เปล่า ฉันแค่... ตื่นเต้นนิดหน่อย”
“จะตื่นเต้นอะไร” เคอหรานหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ “ทำไม กลัวฉันกินเธอเหรอ”
“...”
สายตาของเคอหรานค่อย ๆ เลื่อนลงมา หยุดอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มแดงระเรื่อของหญิงสาว
ปลายนิ้วกดเบา ๆ ลงไป ถูคลึงอย่างแผ่วเบาสองสามครั้ง
ริมฝีปากถูกกดจนแดงเข้ม ราวกับดอกกุหลาบงามที่ถูกขยี้ ส่งกลิ่นหอมหวานเย้ายวน
ในหัวมีเพียงสองคำ: อยากจูบ
ลูกกระเดือกเคลื่อนไหว จ้องอยู่สองวินาที เคอหรานโน้มตัวเข้าไป
ใบหน้าหล่อเหลาขยายใหญ่ขึ้นตรงหน้า เฉินอู้เหมียนกลืนน้ำลาย พยายามไม่ถอยหลัง
ผ่านนิ้วมือ เคอหรานจูบลงมา
ลมหายใจร้อนรินพ่นมา เฉินอู้เหมียนเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายแข็งทื่อเกร็ง
เพียงสองวินาที เคอหรานก็ถอนตัวออก หางตายกขึ้น น้ำเสียงสุภาพอ่อนโยนมีขอบเขตอย่างยิ่ง
“ที่รัก เดิมทีฉันอยากจูบเธอโดยตรง แต่เห็นเธอตื่นเต้นก็เลยแล้วกัน”
“ติดไว้ก่อน คราวหน้าคืนฉัน”
“คราวหน้าเราจูบปากกัน”
เฉินอู้เหมียนกระพริบตาปริบ ๆ พยักหน้างง ๆ “อ้อ ได้”
เคอหรานงอนิ้วยาว ดีดหัวหญิงสาวเบา ๆ หัวเราะเบา ๆ “เจ้าโง่”
เขาลุกขึ้น “ไปละ”
เฉินอู้เหมียนเงยหน้าขึ้น ถามอย่างไม่เข้าใจ “ไปไหนคะ”
“ไปส่งเธอกลับมหาวิทยาลัยไง”
น้ำเสียงเขาเจือความยียวน “ทำไม อยากอยู่ที่นี่ค้างกับแฟนคืนนี้เหรอ”
เฉินอู้เหมียนหน้าแดงเล็กน้อย รีบลุกขึ้น “เปล่านะ”
เดินตามเคอหราน “เรากลับมหาวิทยาลัยกันตอนนี้เลยหรือ ไม่ทำอะไรต่อแล้วเหรอคะ”
เธอนึกว่าคืนนี้จะเริ่มแล้ว
เคอหรานยิ้มมุมปาก สายตาจับจ้องใบหน้างามของเธอ เลิกคิ้วถามอย่างเกียจคร้าน “ยังจะทำอะไรได้อีก”
“...”
“ที่บ้านไม่มีถุงยาง”
“รอซื้อถุงยางก่อน” เคอหรานก้มศีรษะลงช้า ๆ แนบหูเฉินอู้เหมียน น้ำเสียงทะลึ่งตึงตัง “ทุกอย่างที่เธอต้องการ จะให้เธอหมด”
ลมหายใจร้อนผ่าวยั่วยวนพัดมา ใบหน้าของเฉินอู้เหมียนแดงขึ้นอย่างอดอาย
มือถูกจับขึ้นมา ข้อนิ้วเย็นเยียบแข็งสอดประสานเข้าไปในซอกนิ้วของหญิงสาวอย่างแนบแน่น ท่าทางของเคอหรานเป็นธรรมชาติและคล่องแคล่วอย่างยิ่ง “ไปกันเถอะ ที่รัก”
เฉินอู้เหมียนก้มหน้ามองมือที่ถูกจับไว้ ใจล่องลอย
พวกเขาไม่ใช่เพิ่งเจอกันครั้งแรกหรือ
ทำไมถึงเหมือนอยู่ในช่วงรักหวานฉ่ำ
หลังจากส่งเฉินอู้เหมียนกลับมหาวิทยาลัยแล้ว เคอหรานก็วกกลับไปเซี่ยวสุ่ยวาน
ชั้นสอง ห้องนอนโทนสีเย็นเรียบ ๆ เคอหรานหยอกล้อกับงูจงอางเม็กซิกันของเขา
มืออีกข้างถือโทรศัพท์คุย “จะยก Lirael ให้ เอาไหม”
งูจงอางเม็กซิกันตัวนี้เป็นของรักของหวงของเคอหราน เผยอวี่เช่อประหลาดใจ “ทำไมกระทันหันจัง”
“แฟนขี้กลัวน่ะ”
เผยอวี่เช่อเยาะ “นี่แดกถั่วลิสงไปกี่เม็ดถึงเมาขนาดนี้ เฉินอู้เหมียนสารภาพรักกับพี่ชายต่างพ่อของนาย ไม่ใช่นาย”
“ก็แย่งมาน่ะสิ”
“...” สุดยอด ความเร็วขนาดนี้
“น้องสาวฉันกลัวงู เอาให้ต้วนชิงเหยี่ยนแล้วกัน เขาอยู่คนเดียว เขาขังพี่สาวไว้ แล้วถูกพี่สาวแทงมีดทิ้งหนีไป”
ได้ยินดังนั้น เคอหรานก็หัวเราะเยาะ
ชีวิตนี้ช่างแสนจะพิสดารจริง ๆ
-
คืนวันเสาร์ 19.00 น. พิธีเปิดการศึกษาของมหาวิทยาลัยจิงต้าจัดขึ้นที่หอประชุม
มหาวิทยาลัยจิงต้าเชิญซูหยวน นักเต้นรำชื่อดังในประเทศมาแสดง โดยเปิดด้วยการเต้นรำชุดหนึ่ง
เฉินอู้เหมียนจ้องมองร่างที่แสดงบนเวทีอย่างแน่วแน่ แม้แต่กระพริบตายังเสียดาย
“ชอบเธอเหรอ”
น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลของเคอหรานดังเข้าใบหู
เฉินอู้เหมียนเอียงหน้ามองไปทางนั้น พยักหน้า น้ำเสียงนุ่มนวลละเอียด “ชอบค่ะ เธอเป็นไอดอลของฉัน”
“ให้ฉันช่วยไปขอลายเซ็นรูปให้ดีไหม”
สายตาของเฉินอู้เหมียนเป็นประกายขึ้นทันที “คุณรู้จักเธอเหรอคะ”
เคอหรานยิ้มมุมปาก ยิ้มอย่างคลุมเครือ
จะไม่รู้จักได้อย่างไร
พี่สาวของต้วนชิงเหยี่ยน
เล่นละครวิ่งไล่ตามกันกับต้วนชิงเหยี่ยนทุกวี่วัน
“รู้จัก”
“เดี๋ยวเธอลงจากเวที จะไปขอลายเซ็นให้ไหม”
เฉินอู้เหมียนพยักหน้า “ดีค่ะ”
“ชอบเต้นรำ ทำไมตอนเลือกสาขาถึงไม่เลือกเต้นรำ”
เฉินอู้เหมียนตะลึงงันอย่างคาดไม่ถึง
เธอไม่คิดว่าเคอหรานจะดูออกว่าเธอชอบเต้นรำ
เฉินอู้เหมียนเม้มปาก กล่าวอย่างตรงไปตรงมา “ทางบ้านฉันการเงินไม่อำนวย เรียนไม่ไหวค่ะ”
ค่าเทอมสาขาเต้นรำของมหาวิทยาลัยจิงต้าแพงมาก
เคอหรานพูดอย่างสบาย ๆ “ฉันส่งเสียเธอเอง”
เฉินอู้เหมียนหันขวับไปมองเคอหราน ใจสั่นระรัว
สีหน้าเขาไม่แยแส แต่เฉินอู้เหมียนรู้สึกอย่างประหลาดว่าเขาจริงจัง ไม่ได้ล้อเล่น
ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงปรบมือดังสนั่นกึกก้อง ซูหยวนโค้งคำนับลงจากเวที
สายตาจับจ้องตามร่างของซูหยวน เฉินอู้เหมียนถามเสียงเบาด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม “ฉันไปตอนนี้ได้ไหมคะ”
เคอหรานพยักหน้า ตอบเสียงเบา “ได้”
ได้ยินดังนั้น สายตาของเฉินอู้เหมียนเป็นประกาย หาจังหวะย่อตัวแอบออกจากที่นั่ง รีบวิ่งเหยาะ ๆ ไปทางหลังเวที
ประมาณสองนาทีต่อมา เคอหรานก็ออกไปเช่นกัน
ทั้งสองออกไปเหลื่อมเวลากัน
มาถึงหลังเวที เฉินอู้เหมียนเห็นซูหยวนเข้าไปในห้องแต่งตัวพอดี เธอรีบตามเข้าไป
หลังเวทีมีห้องแต่งตัว ห้องแต่งหน้าหลายห้องเป็นสัดส่วน สะดวกสำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่งหน้า
ประตูห้องแต่งตัวไม่ได้ปิดสนิท เฉินอู้เหมียนยืนอยู่ด้านนอก กำลังยกมือจะเคาะประตู แต่ตอนนั้นเองก็มีเสียงผู้ชายดังออกมาจากข้างใน
ผ่านช่องประตู เฉินอู้เหมียนเห็นเด็กหนุ่มผมสีเงินเดินเข้าไปใกล้ซูหยวนทีละก้าว
“พี่สาว ไม่รู้หรือว่าผมอยู่ที่มหาวิทยาลัยจิงต้า”
ซูหยวนถอยหลังเรื่อย ๆ จนเอวด้านหลังชนกับขอบโต๊ะแข็ง ไม่มีทางถอย สายตาเธอเต็มไปด้วยความระแวดระวัง “ต้วนชิงเหยี่ยน แกจะทำอะไร ที่นี่คือมหาวิทยาลัย”
“พี่สาว คราวก่อนพี่แทงมีดผม เจ็บมากเลย”
“สมควรแล้ว”
แววตาของต้วนชิงเหยี่ยนเย็นเยียบดุดันขึ้นทันที เค้นถาม “พี่สาว ไม่สงสารผมเลยหรือ”
เขาโอบแขนยาวรวบตัวซูหยวนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว วางลงบนโต๊ะข้างหลังเธอ
วินาทีถัดมา ขาทั้งสองข้างที่ชิดกันก็ถูกแทรกออกอย่างแรง
ซูหยวนสวมกระโปรงเต้นรำ
พอดีเป็นการอำนวยความสะดวกให้ต้วนชิงเหยี่ยน มือใหญ่ที่มีเส้นเอ็นปูดนูนลูบไล้เข้าไปในต้นขาขาวผ่องของผู้หญิงอย่างนุ่มนวล แฝงความกำกวมไม่รู้จบ
ซูหยวนขมวดคิ้ว สะท้านถอยหลังเล็กน้อย รู้ว่าตัวเองตกเป็นรอง จึงพูดอ่อนหวานปลอบโยน “ฉันสงสารเธอสิ”
นิ้วเรียวขาวผ่องลูบไล้ไปบนคิ้วตาของต้วนชิงเหยี่ยนเบา ๆ เปี่ยมด้วยความทะนุถนอม
ราวกับรู้สึกถึงการสัมผัสแห่งความรัก สีหน้าของต้วนชิงเหยี่ยนดูเคลิบเคลิ้ม “พี่สาว ฉันอยากมีอะไรกับพี่จัง”
มือใต้กระโปรงเต้นรำไม่อยู่สุข
ซูหยวนหน้าแดง หมดความอดทนตบมือเขาออก พูดอย่างโกรธ ๆ “หยุดลวนลามสักที”
ต้วนชิงเหยี่ยนหัวเราะเย็น แววตายิ่งเยือกเย็น
“พี่สาวปากบอกว่าสงสารผม แต่เรื่องง่าย ๆ แค่ถอดเสื้อผ้าขึ้นเตียงกับผมยังทำไม่ได้เลย”
มือใหญ่ขาวซีดคมคายบีบคอของซูหยวน กระแทกจูบลงมาอย่างรุนแรงด้วยการลงโทษ
เสียงดูดดึงของจูบที่คลุมเครือดังออกมาชัดเจน
ฟังจนเฉินอู้เหมียนหน้าแดงหูแดง นิ้วมืองอเล็กน้อย เธอหดมือกลับ หันหลังกำลังจะเดินจากไป แต่ด้านหลังกลับแนบเข้ากับร่างร้อนผ่าวหนึ่ง
เคอหรานไม่รู้ว่ามาถึงข้างหลังเธอตั้งแต่เมื่อไร โอบกอดจากด้านหลัง คางซบลงบนไหล่เธอ นิ้วมือข้างหนึ่งอ้อมมาจากด้านหลัง เชยคางของหญิงสาว
น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล “ที่รัก ฟังสะใจหรือยัง”
ร่างของเฉินอู้เหมียนแข็งทื่อ
เสียงดูดดึงของจูบข้างในยังคงดุเดือด ก้องอยู่ในหูของทั้งคู่
สีหน้าของเฉินอู้เหมียนอายเล็กน้อย
เคอหรานจับข้อมือบางของเฉินอู้เหมียน กระชากคนรักเข้าไปในห้องกั้นอย่างรวดเร็ว ใช้เท้าถีบประตูปิดตามหลัง
เคอหรานเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง ร่างสูงโปร่งเอนพิงหลังประตูอย่างเกียจคร้าน หนังตาเย็นชาปรือลงมองเฉินอู้เหมียน
“ที่รัก พวกเขากำลังจูบดูดลิ้นกัน”
“เราก็ลองดูบ้าง”