บทที่ 15 บุกไปถึงใต้หอพัก
ซ่งชิงหานหันกลับมา เห็นจังหวะที่เซี่ยหวยซวี่เดินตรงเข้าไปหาเสิ่นอู้เหมียน ก็โมโหจนกระทืบเท้า แววตาเต็มไปด้วยความริษยาจนแทบจะล้นออกมา
เมื่อได้ยินเสียงเรียก เสิ่นอู้เหมียนก็เงยหน้าขึ้น
เซี่ยหวยซวี่เดินมาถึงแผงของชมรมแล้ว “น้องสาว ลองดูชมรมของพี่สิ สมาคมปัญญาประดิษฐ์”
“สมาคมของเราได้รางวัลมาแล้วมากมาย ทั้งระดับนานาชาติ ระดับประเทศ ระดับมณฑล ไปจนถึงระดับเมือง พอน้องเข้าร่วมสมาคมเราแล้ว เวลาไปแข่งก็จะมีอาจารย์เก่ง ๆ กับรุ่นพี่คอยชี้แนะเป็นการส่วนตัว”
เขายื่นใบสมัครให้เสิ่นอู้เหมียน ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยนราวกับสายลมอุ่นในฤดูใบไม้ผลิ ก่อนถามว่า “น้องสาว สนใจเข้าร่วมสมาคมของพี่ไหม”
เสิ่นอู้เหมียนเพิ่งจะยื่นมือไปรับ จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นพอดี เธอจึงไม่ได้รับใบสมัคร หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายแล้วแนบไว้ข้างหู
เสียงทุ้มเย็นชาและไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้งดังเข้ามาข้างหู “ห้ามเข้าร่วม”
น้ำเสียงแฝงความหวงแหนอย่างแรงกล้า เขาเตือนว่า “อยู่ห่าง ๆ จากเซี่ยหวยซวี่”
เป็นเสียงของเคอหราน
เสิ่นอู้เหมียนชะงักไปครู่หนึ่ง “อ้อ ได้”
ที่จริงเธอก็ไม่ได้อยากเข้าชมรมที่เซี่ยหวยซวี่อยู่แต่แรก แค่อยากเซ็นชื่อในใบสมัครเพื่อรับของที่ระลึกเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น
หลังวางสาย เสิ่นอู้เหมียนก็บอกเซี่ยหวยซวี่ว่า “ขอโทษนะคะ รุ่นพี่ พวกเรามีชมรมอื่นที่อยากเข้าค่ะ”
พูดจบ เสิ่นอู้เหมียนก็ลากซางหว่านหนิงกับสวีถงออกจากแผงสมาคมปัญญาประดิษฐ์
ใบสมัครที่เซี่ยหวยซวี่ถืออยู่ค้างกลางอากาศ แววตาของเขาค่อย ๆ เย็นเยียบลงเป็นริ้ว ก่อนเหลือบมองไปทางหนึ่ง แล้วสบเข้ากับดวงตาดำสนิทและสงบนิ่งของเคอหรานพอดี
