บทที่ 36 ผู้หญิงบ้าคนนั้น
วันรุ่งขึ้น เสิ่นอู้เหมียนต้องกลับไปเรียนคาบเช้าที่มหาวิทยาลัย ส่วนเสิ่นสวี่อันต้องเดินทางไปทำงานที่ไห่เฉิง
แต่เช้าตรู่ เหอเชี่ยวหลานก็ลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าให้พวกเขา กินเสร็จแล้วใครต้องไปเรียนก็ไปเรียน ใครต้องไปทำงานก็ไปทำงาน
“แม่คะ หนูไปมหาวิทยาลัยแล้วนะคะ” เสิ่นอู้เหมียนสะพายกระเป๋าเป้ เปลี่ยนรองเท้าตรงโถงทางเข้า แล้วตะโกนบอกคนข้างใน
เหอเชี่ยวหลานเอ่ยเตือน “จ้ะ เดินทางระวัง ๆ นะ”
เสิ่นอู้เหมียนชอบความรู้สึกแบบนี้มาก รู้สึกมีความสุข เธอยกยิ้มมุมปาก “ค่ะ”
ตอนเสิ่นอู้เหมียนเปิดประตูกำลังจะออกไป เหอเชี่ยวหลานก็รีบเดินเข้าไปกอดเธอไว้ กดเธอแนบอกแล้วกอดแน่น
ในมุมที่เสิ่นอู้เหมียนมองไม่เห็น แววตาของเหอเชี่ยวหลานเต็มไปด้วยความอาลัยและความโศกเศร้า
เสิ่นอู้เหมียนชะงักไปครู่หนึ่ง กะพริบตาปริบ ๆ แล้วก็ยิ้มออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกอดเหอเชี่ยวหลานกลับและพูดเสียงเบา
“แม่คะ เลิกเรียนแล้วหนูจะกลับมาเลยนะคะ ถึงตอนนั้นหนูจะพาแม่ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลอีกครั้ง ถ้าไม่มีอะไรจริง ๆ เราก็ออกจากโรงพยาบาลกันนะคะ”
เหอเชี่ยวหลานสัมผัสถึงไออุ่นจากลูกสาว จึงหลับตาลงอย่างอาลัยอยู่ครู่หนึ่ง แต่เพื่อไม่ให้ลูกสาวจับพิรุธได้ เธอก็ผละออกอย่างรวดเร็วและยิ้มตอบ “จ้ะ”
หลังประตูปิดลง เหอเชี่ยวหลานก็กลับเข้าไปในห้องนอน แต่งหน้าสวยงามอยู่หน้ากระจก จากนั้นก็เดินสำรวจบ้านหลังเล็กหลังนี้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะออกจากบ้านไป
-
ที่มหาวิทยาลัยจิงต้า เสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้น เสิ่นอู้เหมียนได้รับพัสดุส่งด่วนภายในเมืองฉบับหนึ่ง
พอเปิดดู เลือดในกายก็เย็นเยียบราวกับไหลย้อนกลับ ทั้งร่างแข็งค้างไปในพริบตา
【ถึงอู้อู้คนเก่งของแม่:
แม่ไร้ประโยชน์เหลือเกิน แม่ขอโทษที่ทำให้อู้อู้กับอานอานต้องลำบากมามากมายขนาดนี้
แม่ไม่ได้โทษอู้อู้เลย แม่แค่รู้สึกว่าอู้อู้ของบ้านเราเป็นนางฟ้าตัวน้อย หาเงินมารักษาแม่ได้ แม่ดีใจมาก
