ฉันนั่งขัดสมาธิอยู่หน้ากระถางธูป วางกระจกไว้ฝั่งตรงข้าม แล้วเริ่มท่องมนต์เชิญเซียนที่เจ๊หูสอน
“ฟ้าดินศักดิ์สิทธิ์ พลังม่วงแผ่ไพศาล ธูปหอมนำทาง เรียกทั่วสิบทิศ เซียนเทพมนุษย์ผี จงลงมาโดยเร็ว จงลงมาโดยเร็ว”
ฉันท่องไปสิบกว่ารอบ ธูปตรงหน้าก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก ร่างกายเองก็ไม่รู้สึกผิดปกติ
ฉันมองกระจก แต่ก็ไม่เห็นอะไร
ตามที่เจ๊หูบอก ถ้าฉันเชิญเหล่าเซียนมาได้ ก็จะเห็นภาพของพวกเขาในกระจก
จากนั้นฉันก็เล่าเรื่องของพี่สาวหยวนให้กับอากาศฟัง บอกว่าตอนนี้กำลังเจอปัญหา อยากขอให้เหล่าเซียนช่วย
พอฉันพูดจบ ธูปก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง มีเพียงความรู้สึกเลือนรางว่าอุณหภูมิในห้องลดลงเล็กน้อย เย็นยะเยือกขึ้นมา
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฉันคิดไปเองหรือเปล่า แต่ตอนนั้นฉันรู้สึกเหมือนมีคนอยู่เต็มไปหมดทั่วทั้งห้อง ขนลุกซู่ขึ้นมา แต่พอมองไปรอบ ๆ กลับไม่เห็นอะไรเลย
จังหวะนั้นเอง ธูปแท่งทางซ้ายก็พลันดังเป๊าะ ประกายไฟปะทุขึ้นมา
เมื่อมองอีกที ควันธูปก็ขดเป็นเกลียว หมุนวนลอยขึ้นไป ดูประหลาดน่าขนลุก
ต่อจากนั้น ฉันก็เห็นเงาดำคล้ายคนยืนอยู่ข้างหลังฉันในกระจก
ดูเหมือนจะเป็นผู้ชาย
ขนทั่วตัวฉันลุกชัน ไม่รู้ว่าสิ่งที่มาเป็นอะไรกันแน่ และไม่กล้าขยับ รู้เพียงว่าอาจจะสำเร็จแล้ว เชิญเหล่าเซียนมาได้แล้ว
ฉันรีบพูดคำเดิมซ้ำอีกครั้ง วิงวอนให้เหล่าเซียนช่วย
พอพูดจบก็ไม่ได้รับคำตอบใด ๆ แต่เงาดำในกระจกวูบหายไปในพริบตา
ขณะเดียวกัน ควันธูปทั้งหมดก็กลับเป็นปกติ
เมื่อธูปทุกแท่งไหม้หมดแล้ว ฉันเปิดไฟดู ของเซ่นไหว้ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป มีเพียงเหล้าห้าแก้วที่พร่องลงไปครึ่งแก้วพร้อมกัน
ตามที่เจ๊หูบอก ถ้าเหล่าเซียนแตะต้องของเซ่นไหว้ ก็แปลว่าพวกเขารับคำขอของฉันแล้ว
แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่มาในตอนนั้นเป็นเหล่าเซียน หรือเป็นวิญญาณเร่ร่อนผีพเนจรกันแน่
หลังจากเรื่องนี้ ฉันกับพี่สาวหยวนก็เฝ้ารออย่างกระวนกระวายอยู่สามวัน หวังว่าจะเกิดปาฏิหาริย์ขึ้น
