ที่ปรึกษากองทัพหลิวเหวินชางรับจดหมายไป พยักหน้าหงึก ๆ “ท่านอ๋องหลักแหลมนัก”
อ๋องเจิ้นเป่ยจ้าวชงอี้โบกมือ “เอาล่ะ ไปจัดการเสีย”
ที่ปรึกษากองทัพหลิวเหวินชางกอดจดหมายถอยออกไป
ในห้องหนังสือเหลือเพียงอ๋องเจิ้นเป่ยจ้าวชงอี้กับรองแม่ทัพจ้าวกว่างสองคน
จ้าวชงอี้นั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้ง รินเหล้าแก้วที่สามให้ตัวเอง ยกขึ้นมาเขย่าเบา ๆ
“ท่านซุนว่า แผนนี้ของข้า นับเป็นปืนนัดเดียวได้นกสามตัวหรือไม่”
รองแม่ทัพจ้าวกว่างชูนิ้วโป้งให้ “แค่สามตัวที่ไหนกัน เรื่องนี้ประโยชน์มหาศาล ต่อไปฝ่าบาทอาจไม่กล้าส่งโอรสมาอีก ใครต่อใครก็ต้องชั่งใจดู เพราะที่นี่มีอ๋องตายไปหนึ่งพระองค์แล้วนะ”
อ๋องเจิ้นเป่ยจ้าวชงอี้หัวเราะฮ่าฮ่าอย่างได้ใจ “ได้ทั้งเสบียงและเงินเดือน ได้ทั้งบุญคุณ กำจัดเสี้ยนหนามแถมยังทำให้พวกอนารยชนเหนือตายเพิ่มอีกสองสามคน บั่นทอนกำลังของทัวป๋าเลี่ย... ต่อไปเวลาค้าขาย เขาก็จะอ่อนข้อให้มากขึ้น”
ยิ่งคิดยิ่งดีใจ คีบเนื้อวัวเข้าปากอีกชิ้น
“ไอ้หลี่เฉิงเจ๋อนี่ ตายได้คุ้มค่าจริง ๆ ชีวิตมันให้ประโยชน์กับข้ามากกว่าตอนเป็น ๆ เสียอีก”
รองแม่ทัพจ้าวกว่างยืนยิ้มแห้ง ๆ อยู่ข้าง ๆ
จ้าวชงอี้กำลังเคี้ยวเนื้อวัวอยู่ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้เรื่องหนึ่ง
“จริงสิ สั่งลงไป ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ด่านจวีหยงปิดประตูเมืองแน่นหนา หากไม่มีคำสั่งจากข้า ใครก็ห้ามเปิดเมือง”
รองแม่ทัพจ้าวกว่างชะงัก “ปิดเดี๋ยวนี้เลยหรือ”
“แน่นอนว่าต้องปิดเดี๋ยวนี้ เกิดไอ้เด็กนั่นดวงแข็ง วิ่งกลับมาจากทุ่งหญ้าได้อีกล่ะ ถึงจะเป็นไปไม่ได้ แต่ข้าทำอะไร ไม่เคยปล่อยหางไว้”
