บทที่ 39 ของขวัญ
เสียงที่คุ้นเคยทำให้ชูอวี๋นึกถึงซืออี่เหิง
เถี่ยต้านไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติแม้แต่น้อย
เถี่ยต้าน:【จะผิดปกติตรงไหนล่ะ อวี๋เป่า เธอคิดมากไปเอง เขาไม่มีทางเป็นซืออี่เหิงหรอก ซืออี่เหิงไม่ใช่คนขี้อวดขนาดนั้น】
ชูอวี๋ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลย จึงเอ่ยข้อสงสัยของตัวเองออกมา
ชูอวี๋:“เถี่ยต้าน ซืออี่เหิงที่เธอพูดถึงเป็นคนประเภทเงียบขรึมแต่แอบเจ้าเล่ห์นะ!”
เถี่ยต้านมั่นใจเต็มเปี่ยม:【ใช่แล้ว เขาเป็นแบบนั้น เพราะงั้นไม่มีทางโชว์ตัวตอนคุยโทรศัพท์กับน้องสาวหรอก】
【อวี๋เป่า อย่าคิดมากเลย บางทีพี่ชายของเย่หนิงอาจเพิ่งกลับบ้าน ยังไม่ทันได้เปลี่ยนเสื้อผ้าก็ได้】
ชูอวี๋ก็รู้สึกว่าเถี่ยต้านพูดมีเหตุผลอยู่บ้าง
แต่ความสงสัยของชูอวี๋ยังไม่คลี่คลาย เธอจึงตัดสินใจลองตรวจสอบข้อมูลดู
ชูอวี๋โน้มตัวเข้าไปใกล้หูเย่หนิง แล้วถามเสียงเบา “หนิงหนิง พี่ชายเธอแต่งตัวเป็นทางการจัง ปกติเขาเป็นแบบนี้ตลอดเลยเหรอ?”
จู่ ๆ ชูอวี๋ก็ขยับเข้ามาใกล้ เย่หนิงรู้สึกคันยุบยิบข้างหู ราวกับถูกลูกแมวขนฟูนุ่มพุ่งเข้าใส่
ซืออี่เหิงเองก็ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบจากอีกฝั่ง
มุมปากของซืออี่เหิงยกขึ้นเล็กน้อย
ลูกแมวขี้ขลาดเริ่มหยั่งเชิงแล้วสินะ
เย่หนิงเองก็ลดเสียงพูดกับชูอวี๋ลงโดยไม่รู้ตัว “ปกติพี่ชายฉันก็แต่งตัวเป็นทางการแบบนี้แหละ เขาอาจเพิ่งประชุมเสร็จแล้วกลับบ้านก็ได้”
เย่หนิงพูดต่อ “เมื่อวานตอนฉันกลับบ้าน พี่ชายก็ยุ่งมากเหมือนกัน ใส่สูทนั่งประชุมอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เขาวางท่าจริงจังสุด ๆ พูดภาษาเยอรมันรัวจนคนฟังแทบไม่รู้เรื่อง”
เพียงแต่เมื่อวานซืออี่เหิงไม่ได้ใส่รองเท้าหนังพื้นแดง แต่ใส่รองเท้าแตะ
เย่หนิงไม่ได้พูดประโยคที่เหลือต่อ
ชูอวี๋ค่อยโล่งใจขึ้นมานิดหน่อย น่าจะไม่มีปัญหาอะไรหรอก เขาประชุมบ่อย แถมปกติก็ยุ่งมากด้วย
