บทที่ 3 ที่รัก แฟนของคุณกำลังแอบฟังคุณทะเลาะ
ทิ่ดาน:【ฮวี๋เป่า อย่ากลัวไปเลยนะ! ฉัน...】จะปกป้องคุณเอง
เสียงจากโทรศัพท์ดังลั่นเกินเหตุ ชูอวี๋พลันได้ยินเสียงคนพูดคุย เกือบจะขนลุกซ่า หัวใจกระตุกวูบ รู้สึกราวกับถูกมนุษย์เข้าโจมตีอย่างรุนแรง
ชูอวี๋ร้อนรนจนมือไม้พันกัน วางสายไป และบล็อกอีกฝ่ายเสีย
บล็อกแม่แท้ ๆ ของเจ้าของร่างเดิมแล้ว ชูอวี๋ก็รีบหาเบอร์พ่อของเจ้าของร่างเดิม แล้วบล็อกพ่อ จากนั้นหาเบอร์น้องชาย แล้วบล็อกน้องชาย
ในที่สุดโลกก็เงียบสงบ
ชูอวี๋ถอนหายใจโล่งอก หายใจได้อีกครั้ง ยิ้มแสนหวานหันไปหาทิ่ดาน "ทิ่ดาน เมื่อกี้จะพูดอะไรน่ะ"
ทิ่ดานค่อนข้างอึ้งงัน ราวกับว่าชูอวี๋ไม่ต้องการให้มันปกป้องเลยสักนิด
มันนึกว่าโฮสต์ผู้อ่อนแอของมันจะถูกพ่อแม่ดูดเลือดข่มขู่ แล้วเลยต้องเอาเงินที่พึ่งคว้ามาได้เป็นแสนให้พวกครอบครัวดูดเลือดพวกนั้นเสียอีก
ไม่คิดเลยว่าชูอวี๋จะพลิกกลับมาบล็อกเกลี้ยง ไม่ยอมให้โอกาสครอบครัวดูดเลือดได้พูดอะไรเลยด้วยซ้ำ
ทิ่ดาน:【ไม่เป็นไรแล้ว ฉันแค่รู้สึกว่า ดูเหมือนคุณจะจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้ดีเชียวนะ】
ชูอวี๋เอนตัวลงบนเตียง ดึงผ้าห่มขึ้นคลุม นอนนิ่งหลับตาลง "ฉันจัดการปัญหาไม่เป็นหรอก อุปสรรคอะไรก็ตามสามารถปราบฉันได้ เรื่องอะไรฉันก็อยากหนีทั้งนั้น"
"แค่ฉันซ่อนตัว อุปสรรคก็หาฉันไม่เจอแล้ว"
"แค่ไม่ออกไปอยู่ต่อหน้ามนุษย์ ชีวิตก็ไม่โดนข้อศอกใส่"
ทิ่ดานเงียบไปนาน 【ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น】
ชูอวี๋นิ่งสงบ "ทิ่ดาน ฉันเหนื่อยมากเลย ฉันจะนอนพักหน่อยนะ"
ก่อนเข้านอนชูอวี๋รู้สึกเสมอว่าตัวเองลืมอะไรไปนิดหน่อย เลยลืมตาขึ้นมากวาดตามองรอบ ๆ พื้นที่เล็ก ๆ นี้มีแค่เธอคนเดียวที่ยังมีชีวิต
แม้แต่แสงสว่างก็ไม่มีเลยสักนิด ชูอวี๋จึงหลับตาลงอย่างวางใจอีกครั้ง
ขณะที่ชูอวี๋กำลังหลับใหลไม่รู้เหนือรู้ใต้ ประตูทางเข้าก็ดังขึ้น ต่อด้วยเสียงพูดคุย
ชูอวี๋สะดุ้งลุกจากเตียงในบัดดล หนังศีรษะเหมือนจะระเบิด
ชูอวี๋รู้แล้วว่าตัวเองลืมอะไรไป เธอลืมไปว่าตอนนี้เธอเป็นนักศึกษาสาว ยังพักในหอพัก แถมยังมีเพื่อนร่วมห้องอีกสามคน
ชูอวี๋:แย่แล้ว!
เอาคนขี้อายไปไว้ในหอพักสี่คน นี่มันจะเอาเธอถึงตายเลยหรือไง?
ชูอวี๋นึกทบทวนเนื้อเรื่อง รู้ว่าเจ้าของร่างเดิมไม่เป็นที่ชื่นชอบในหอพัก แถมยังถูกกีดกันตลอด
สาเหตุหลักมาจากการใช้ชีวิตที่เข้ากันไม่ได้ เจ้าของร่างเดิมมีเงินก็ไม่ยอมใช้จ่ายกับตัวเอง ทั้งขี้เหนียวทั้งพูดไม่เป็น ทั้งขี้น้อยใจและอ่อนไหว แถมยังไม่มีหน้าตาโดดเด่นหรือความสามารถแข็งแกร่ง
พอได้พบปะกันไม่กี่ครั้ง เพื่อนร่วมห้องก็เกลียดเจ้าของร่างเดิมเข้าไส้
ส่วนใหญ่แล้วเจ้าของร่างเดิมในหอพักก็เหมือนตัวโปร่งใสที่ไม่มีใครนึกถึง
นาน ๆ ครั้งจะเป็นที่จับตามองบ้างก็ตอนเพื่อนร่วมห้องทำให้เจ้าของร่างเดิมอับอาย
ชูอวี๋ถึงกับรู้สึกว่านี่มันเปิดเรื่องได้ย่อยยับที่สุด
ชูอวี๋ฟังเสียงข้างนอกแล้วแทบจะแตกละเอียด
วินาทีนั้นเอง เพื่อนร่วมห้องกู้วิ่นจิ้งก็ตบที่เตียงของชูอวี๋ "ชูอวี๋ บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเอาของเธอไปไว้ในตู้เสื้อผ้า เธอฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง"
ชูอวี๋ซ่อนตัวอยู่ที่เตียงเล็ก ๆ ของตน ยังตั้งสติไม่ทัน
เสียงของชูอวี๋เบายิ่งนัก กู้วิ่นจิ้งกรอกตา "น่าหงุดหงิดชะมัด ตาสีตาสา"
เพื่อนร่วมห้องอีกสองคนปลอบกู้วิ่นจิ้ง "เอาล่ะ เธอเองก็พูดให้น้อยลงหน่อย ก็อยู่หอเดียวกันนั่นแหละ ต่างฝ่ายต่างยอม ๆ กันไป"
กู้วิ่นจิ้ง:"ทำไมฉันต้องยอมให้เธอด้วย? ไม่พอใจหอนี้ก็ไปอยู่ข้างนอกเองสิ จะเสแสร้งเป็นดอกบัวขาวทำไม? หอเล็กจะตายเหมือนที่อยู่ของแมลงสาบอยู่แล้ว เธอยังจะจองที่อีก รำคาญชะมัด?"
ชูอวี๋ซ่อนตัวที่เตียงของตน เอ่ยเน้นเบา ๆ "ใครเรื่องมากก็ออกไป ถึงจะออก ก็เธอนั่นแหละที่ต้องออกไป"
กู้วิ่นจิ้งขึงตาเบิกกว้างในบัดดล ชูอวี๋กล้าพูดกับเธอแบบนี้ อดีตชูอวี๋ถูกด่าก็ไม่ยอมพูดอะไร
กู้วิ่นจิ้งโมโหนัก หมายจะไปกระชากม่านเตียงของชูอวี๋ ชูอวี๋ร้อนรนจนมือไม้พันกันฉุดรั้งม่านเตียงสุดแรง ไม่ยอมให้กู้วิ่นจิ้งเปิดออก
ชูอวี๋เป็นพวกน้ำตาง่าย พอกู้วิ่นจิ้งพูดประโยคแรก ชูอวี๋ก็อยากร้องไห้แล้ว
แล้วตอนนี้กู้วิ่นจิ้งก็มาจะดึงม่านเตียงของเธออีก ชูอวี๋ถึงกับน้ำตาพรั่งพรู
ชูอวี๋ไม่ทันสังเกตว่าตัวเองเผลอกดปุ่มโทรออกไปหาซืออี่เหิงในจังหวะมือไม้ยุ่งเหยิง
ซืออี่เหิงได้ยินเสียงที่ดังมาจากมือถือ จึงถามว่า:"เกิดอะไรขึ้น?"
ทว่าชูอวี๋ไม่ตอบรับเขา ที่ตอบรับเขาคือน้ำเสียงสะอื้นของชูอวี๋
กู้วิ่นจิ้งไม่เคยถูกชูอวี๋โต้แย้ง คนที่ไม่เคยเถียงมาก่อนพลันลุกขึ้นต่อต้าน กู้วิ่นจิ้ง:"ชูอวี๋ แก่ว่าอะไรนะ?"
เบ้าตาของชูอวี๋ท่วมด้วยน้ำตา เสียงสะท้านตะกุกตะกัก "ฉันบอกว่า เป็นเธอนั่นแหละที่ไม่พอใจฉันก่อน ไม่พอใจรังเกียจหอเล็ก จะย้ายออกก็เธอนั่นแหละที่ต้องย้ายออก ใครมีนิสัยคุณหนูก็คนนั้นแหละย้ายออกไป"
ถึงแม้จะไม่เกิดเหตุขัดแย้ง ชูอวี๋ก็ไม่อยากอยู่หอกับคนตั้งมากขนาดนี้อยู่แล้ว
แต่ในเมื่อคนอื่นรังแกมาถึงหน้า ถูกแกล้งก็จะกลายเป็นคนไร้ค่าตัวดี
เธอถึงไม่ยอมเป็นเจ้าคนไร้ค่าหรอก
กู้วิ่นจิ้งเดือดดาลขึ้นมาทันใด เมือง A คือเมืองหลวง โรงเรียนของพวกเธอก็ยิ่งได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางจักรวาล ต่อให้จะเช่าห้องก็ใช่ว่าราคาจะเป็นที่คนธรรมดาทั่วไปแบกรับไหว
แล้วเธอจะเป็นไปได้อย่างไรถึงจะหาห้องเช่าใกล้โรงเรียนอยู่
แต่คำพูดของชูอวี๋น่ะสิ ที่จับเธอแขวนไว้จนขยับไปไหนไม่ถูก
กู้วิ่นจิ้งหันไปเล่นงานต่อทันควัน "ก็แก่นั่นแหละที่เอาของไปวางมั่วก่อน"
"ฉันเปล่านะ! นั่นก็ตู้ของฉัน ฉันปล่อยให้เธอใช้ก็เพราะยอมให้ ก่อนนี้ฉันยอมให้ ตอนนี้ฉันไม่ยอมให้เธอใช้แล้ว เอาของเธอไปซะ!" ชูอวี๋ก็จัดการเรียงลำดับความคิดจากความทรงจำได้ นั่นเป็นของเจ้าของร่างเดิมแต่แรก
กู้วิ่นจิ้งถูกชูอวี๋โต้แย้งอีกครั้ง เสียหน้า จึงใจร้อนฮึดฮัด จับมือชูอวี๋ไว้ แล้วหมายจะตีชูอวี๋
ทิ่ดาน:【ฮวี๋เป่า ถีบมันเร็วเข้า มันจะตีคุณแล้ว】
พอมีคำเตือนของทิ่ดาน ชูอวี๋ก็ถีบเข้าให้เต็มแรงหนึ่งที ครานี้ชูอวี๋ออกแรงอย่างหนัก
กู้วิ่นจิ้งถูกถีบล้มลงพื้น กระแทกก้นเจ็บร้าวไปหมด
กู้วิ่นจิ้งยิ่งไม่อยากเชื่อ ชูอวี๋นี่มันบ้าไปแล้วหรือไง?
ถึงกับลงไม้ลงมือ
กู้วิ่นจิ้ง:"ชูอวี๋ แกคอยดู ฉันจะเอาเรื่องแกให้ได้"
ชูอวี๋พึมพำเบา ๆ น้ำตาไหลติ๋ง ๆ "อ้อ งั้น งั้นฉันรอเธอนะ"
กู้วิ่นจิ้ง:"..."
กู้วิ่นจิ้งตวาดร้องให้เพื่อนร่วมห้องสองคนพาไปห้องพยาบาล ในหอพักก็เหลือเพียงชูอวี๋อีกครั้ง
ชูอวี๋ถึงได้ทรุดลงนั่งบนเตียง ควบคุมตัวเองไม่อยู่ต่อไปอีกแล้ว "หนูจะกลับบ้าน"
"หนูไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วจริง ๆ หนูจะตายตอนนี้เลยได้ไหม"
อยากเก็บตัวคนเดียวให้มิด อย่าให้ใครหาเจอ ไม่ต้องสื่อสารกับมนุษย์อีก อืออืออือ การข้ามเข้านิยายเรื่องนี้ช่างไม่เป็นมิตรเลยสักนิด เลิกข้ามได้ไหม
ซืออี่เหิงฟังกระบวนการที่ชูอวี๋สู้กับเพื่อนร่วมห้องอย่างสู้เงียบ ๆ จบสิ้น
ฟังชูอวี๋ร้องไห้ไปพลางพูดเหตุผลไปพลางด้วย อ้อ ดูเหมือนว่านาทีสุดท้ายจะลงไม้ลงมือด้วย
ลงมือแล้วยังกลับทำให้ตัวเองโกรธจนร้องไห้อีก
ซืออี่เหิงพลันรู้สึกว่าแฟนสาวของตนคนนี้คล้ายคลึงกับแมวขี้กลัวตัวหนึ่ง กลัวคนชัด ๆ แต่ก็ยังจะยื่นอุ้งเท้าออกมาข่มขวัญให้อีกฝ่ายหวาดหวั่น
ทิ่ดานอยากจะปลอบใจชูอวี๋มาก แต่มันรู้สึกว่าตอนนี้มีเรื่องที่สำคัญกว่าให้บอกกับชูอวี๋
【ฮวี๋เป่า เอ่อคือ เมื่อครู่ดูเหมือนคุณจะเผลอกดโทรหาซืออี่เหิงนะ】
【ที่รัก แฟนของคุณกำลังแอบฟังคุณตีกัน】