อีกด้านหนึ่ง
แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดลงทั่วมหาวิทยาลัย
เดิมทีเป็นภาพที่สงบสุข
ทว่าการปรากฏตัวของคนผู้หนึ่งกลับทำลายความเงียบสงบนี้ลง
หลินเซวียนในชุดคลุมดำเดินไปตามถนนสายหลักของมหาวิทยาลัยอย่างเชื่องช้า
เหล่านักศึกษาที่เดินผ่านเห็นชุดคลุมดำอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา ต่างชะงักไปชั่วครู่ ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
“ลัทธิวันสิ้นโลก?!”
ใครคนหนึ่งร้องออกมาด้วยความตกใจ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“คนของลัทธิวันสิ้นโลกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?!”
“รีบหนีเร็ว!”
“อย่ามัวมอง!”
“อยากตายอยู่ที่นี่หรือไง?!”
ชั่วพริบตาเดียว มหาวิทยาลัยก็โกลาหลไปหมด
นักศึกษาพากันแตกฮือหนีไปคนละทิศละทาง ราวกับฝูงนกที่ตกใจ
หลินเซวียนมองแผ่นหลังของคนเหล่านั้นที่วิ่งหนีอย่างลนลาน แววตาฉายความดูแคลน
“มดปลวก”
เขาแค่นเสียงอย่างเย็นชา ไม่คิดสนใจนักศึกษาเหล่านั้น แล้วตรงไปยังหอพักหญิง
ไม่นานนัก เขาก็หยุดอยู่หน้าหอพัก
“ไป๋อวี่เหยา”
“ออกมาสู้กับฉัน”
เสียงของเขาไม่ดังนัก แต่แฝงพลังวิญญาณกึกก้องไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัย
ทุกคนได้ยินชัดเจน
นักศึกษาหลายคนที่หนีไปไกลแล้วได้ยินเสียงนี้ ก็อดชะงักฝีเท้าไม่ได้
“เขา... เขามาหาเทพธิดาไป๋เหรอ?”
“เทพธิดาไป๋ไปเข้าตาพวกลัทธิวันสิ้นโลกได้ยังไง?”
“ไม่ได้! ห้ามปล่อยให้เทพธิดาไป๋ออกไปเด็ดขาด!”
“นั่นมันเดินเข้าถ้ำเสือชัด ๆ!”
ในเวลาเดียวกัน
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนก็รีบตามข่าวมาถึง
พวกเขาถืออาวุธล้อมหลินเซวียนไว้ตรงกลาง
“หยุด!”
“สาวกลัทธินอกรีต วางอาวุธแล้วยอมจำนนซะ!”
