เมื่อการหลอมกายสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์
เจียงเทียนก้มมองมือทั้งสองข้างของตัวเอง
ข้อนิ้วเรียงชัด ผิวพรรณเกลี้ยงเกลา
ทว่าภายในกลับแฝงพลังอันน่าสะพรึงกลัว
ขาทั้งสองข้างก็เป็นเช่นเดียวกัน
เจียงเทียนสัมผัสได้ว่า เพียงออกแรงถีบ
ก็สามารถพุ่งขึ้นสู่อวกาศได้อย่างง่ายดายราวกับขีปนาวุธที่ถูกยิงออกไป
นี่คือขั้นสี่สุดขั้วของเคล็ดกายาทองคำสิบผลัดระดับเจ็ด
เมื่อบรรลุขอบเขตนี้ มือเท้าจะมีพลังสะเทือนฟ้าสะท้านดิน
พลังฟื้นฟูของร่างกายก็จะเพิ่มขึ้นถึงระดับน่าทึ่ง
แม้แขนขาขาด ก็ยังงอกกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
“ลองดูหน่อย”
เจียงเทียนพึมพำ พลางขยับความคิด
กระบี่ดาวร่วงปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือ ตัวกระบี่สีน้ำเงินเข้มเกือบดำเปล่งแสงเรืองรอง
เขาพลิกคมกระบี่ แล้วกรีดเบา ๆ ลงบนง่ามนิ้วโป้งซ้ายของตัวเอง
“เคร้ง!”
เสียงโลหะกระทบกันดังใสกังวาน
คมกระบี่เฉือนผ่านผิวหนัง ทิ้งไว้เพียงรอยขาวตื้น ๆ
รอยขาวนั้นเลือนหายไปด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ผิวหนังก็กลับคืนสู่สภาพเดิม
เมื่อเห็นภาพนี้ เจียงเทียนก็ชะงักไป
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงหัวเราะขื่น ๆ
“ดูท่า ความสามารถในการงอกแขนขาใหม่นี่ ฉันคงไม่ได้ใช้แล้วล่ะ”
เจียงเทียนถอนใจ ก่อนเก็บกระบี่ดาวร่วง
ตอนนี้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งเทียบเท่าอาวุธขั้นแปดแล้ว
คิดจะทำให้เขาบาดเจ็บยังยาก
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการบีบให้เขาต้องแขนขาขาด
“ก็โชคดีที่ตอนนั้นจ้าวหมิงไม่ได้ฝึกเคล็ดกายาทองคำสิบผลัดจนถึงขั้นสูง”
“ไม่อย่างนั้น คงจัดการเขาได้ไม่ง่ายนัก”
เจียงเทียนส่ายหน้า สลัดความคิดฟุ้งซ่านในหัวทิ้ง
เขาล้างหน้าล้างตาอย่างง่าย ๆ จากนั้นก็เปิดประตูห้องเดินออกไป
