เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าผู้อาวุโสตระกูลหลี่ก็พากันถอนหายใจอย่างโล่งอก
หากร่วมมือกับตระกูลซู
สองตระกูลลงขันกัน ก็น่าจะจ่ายราคานี้ไหว
ส่วนตระกูลซูจะยอมหรือไม่นั้น พวกเขาไม่ได้กังวล
อย่างไรเสีย ตระกูลซูก็ไม่มีทางปล่อยให้เจียงเทียนกลายเป็นภัยคุกคามโดยไม่ทำอะไรแน่
ตระกูลอู๋ล่มสลายไปแล้ว
คืนนี้ตระกูลหลี่ถูกบุกถึงหน้าประตู จนต้องจำใจลงมือสังหารคนในครอบครัวเพื่อแสดงความชอบธรรม
หากตระกูลซูยังมองสถานการณ์ไม่ออก อีกไม่นานก็คงถึงคราวล่มสลายเช่นกัน
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เรื่องนี้ก็ให้ประมุขตระกูลเป็นผู้ตัดสินใจ”
ชายชราผมและหนวดเคราขาวโพลนประสานมือคารวะเป็นคนแรก น้ำเสียงเคร่งขรึม
ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ต่างก็พากันเห็นด้วย
หลี่หยวนพยักหน้า ขยับริมฝีปากเอ่ยเสียงเบาจนมีเพียงตนเองที่ได้ยิน
“เจียงเทียน”
“แกบีบให้ลูกชายฉันตาย ทั้งยังหยามตระกูลหลี่ของฉัน”
“แค้นนี้ หลี่หยวนจะต้องชำระให้ได้”
“รอดูได้เลย”
วันรุ่งขึ้น
ตระกูลสวี่
ภายในห้องหนังสืออันมืดสลัว
สวี่หรานเอนกายอยู่บนเก้าอี้ประธานตัวใหญ่ นิ้วเคาะที่วางแขนเบา ๆ
ลูกน้องชุดดำที่ยืนอยู่เบื้องหน้า รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้เขาฟังเงียบ ๆ
หลังฟังจบ สวี่หรานชะงักนิ้ว คิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อย
“หลี่หยวนลงมือฆ่าลูกชายตัวเองกับมือหรือ?”
แววประหลาดใจวูบผ่านดวงตาของเขา
จากนั้นมุมปากก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มชวนขบคิด
“เจียงเทียนคนนี้ ถึงกับบุกไปถึงตระกูลหลี่แล้ว”
“หลี่หยวนรู้จักยืดหยุ่นตามสถานการณ์จริง ๆ”
