“นายไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉัน”
สวี่หรานเองก็สัมผัสได้ถึงเรื่องนี้
มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา แววตาฉายความยินดีอยู่ชั่วขณะ
เหตุผลที่เขากล้าซ่อนตัวอยู่ในเมืองตงไห่มาหลายปี
ด้านหนึ่งเป็นเพราะเขารอบคอบระมัดระวัง
อีกด้านหนึ่งก็เพราะพลังของเขาแข็งแกร่งถึงขีดสุด
“ในเมื่อถูกเปิดโปงแล้ว”
“ก่อนจากไป ก็ขอสร้างผลงานทิ้งไว้อีกสักชิ้นแล้วกัน”
สวี่หรานเลียริมฝีปาก แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร
“ชีวิตของหัวหน้ากองตรวจการณ์เมืองแห่งมณฑลเจียงหนาน”
“น่าจะเหมาะสมพอดี”
สิ้นเสียง พลังวิญญาณรอบกายสวี่หรานก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างฉับพลัน
เขาประกบฝ่ามือเข้าหากัน ลูกพลังแสงสีแดงคล้ำก่อตัวขึ้นกลางฝ่ามือ
บนพื้นผิวของลูกพลังแสงมีลวดลายประหลาดไหลเวียน แผ่กลิ่นอายราวกับจะทำลายล้างทุกสิ่ง
ในจังหวะคับขันนั้นเอง
เสียงเย็นเยียบเสียงหนึ่งกลับดังขึ้นก่อน
“ไอ้หนูจากลัทธิวันสิ้นโลก”
“ยังไม่ถึงคราวที่แกจะมาอวดดี”
เสียงนั้นไม่ดังนัก ทว่าคมกริบถึงขีดสุด
ราวกับกระบี่เทพไร้เทียมทานเล่มหนึ่ง ฟาดฟันแหวกท้องฟ้า
“ใครน่ะ?!”
ขณะที่สวี่หรานชะงักงัน ความรู้สึกถึงอันตรายอย่างรุนแรงก็พลันถาโถมขึ้นในใจ
เขาถอยฉากออกไปอย่างรวดเร็วโดยสัญชาตญาณ
ชั่วพริบตาถัดมา แสงกระบี่สีทองสายหนึ่งก็พุ่งหวือผ่านไป
แสงกระบี่ดุจสายรุ้ง ฉีกท้องฟ้าออกเป็นทาง
พุ่งผ่านตำแหน่งที่เขาเพิ่งยืนอยู่
ตรงที่แสงกระบี่กวาดผ่าน อากาศยังถูกฟันจนเกิดรอยสีขาวสายหนึ่ง
สวี่หรานรู้สึกเย็นวาบที่แก้ม
เส้นผมปอยหนึ่งร่วงลงมาอย่างไร้เสียง
หากเขาตอบสนองไม่ทัน
