มวลความทรงจำมหาศาลสองสายหลั่งไหลเข้าสู่ห้วงสมองของเจียงเทียน
เจียงเทียนหลับตาลงครู่หนึ่ง หลังย่อยข้อมูลเหล่านั้นจนหมด เขาก็ค่อย ๆ พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา
เขาลืมตาขึ้น มุมปากยกจนแทบกดไม่อยู่
“หนูไป๋เป็นเด็กดีจริง ๆ”
“ถ้าฝึกฝนต่อไปแบบนี้”
“ตาแก่อย่างผมบรรลุขั้นสิบ เป็นจอมยุทธ์ศักดิ์สิทธิ์ก็แค่เรื่องของเวลา”
“ไม่คิดมากแล้ว ไปทำงานดีกว่า”
เจียงเทียนพึมพำกับตัวเอง พลิกตัวลงจากเตียง
เขาสวมชุดเครื่องแบบยามที่ซักจนสีซีด
จัดปกเสื้อหน้ากระจกเล็กน้อย ก่อนเปิดประตูออกไป
หลังหาอะไรรองท้องเป็นมื้อเช้าแบบง่าย ๆ แล้ว
เจียงเทียนก็เดินเอื่อย ๆ ไปยังป้อมยาม
เขาเพิ่งนั่งลงได้ไม่นาน เสียงเรียกใสกังวานก็ดังมาจากหน้าต่าง
“คุณปู่เจียง!”
เจียงเทียนเงยหน้ามอง
ไป๋อวี่เหยายืนอยู่นอกหน้าต่าง ส่งยิ้มให้เขา
เธอสวมเสื้อแจ็กเก็ตกีฬา สีฟ้าอ่อน รวบผมหางม้าไว้อย่างเรียบร้อย
ทั้งตัวแผ่ประกายความสดใสมีชีวิตชีวา
“หนูไป๋ วันนี้มาเช้าจังนะ”
เจียงเทียนวางโทรศัพท์ลง มองเธอพลางยิ้มแย้ม
ตอนนี้แค่เห็นไป๋อวี่เหยา อารมณ์ของเขาก็ดีขึ้นได้ไม่ยาก
เด็กคนนี้ไม่เพียงนิสัยดี ร่าเริงและรู้ความ
ยังช่วยให้พลังบำเพ็ญของเขาพุ่งทะยานขึ้นได้ด้วย
ใครเห็นแล้วจะไม่ดีใจได้ยังไง?
“ก็ใกล้ถึงการประลองใหญ่ระหว่างสถาบันแล้วนี่คะ”
“หนูอยากเพิ่มความแข็งแกร่งอีกหน่อย จะได้คว้าอันดับดี ๆ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงเทียนก็เลิกคิ้ว ก่อนยิ้มถาม
“ด้วยฝีมือของหนู อยากได้อันดับดี ๆ คงไม่ยากหรอกมั้ง?”
ในฐานะบุคลากรอาวุโสของมหาวิทยาลัย
