เฉินเจินยืนเอามือไพล่หลัง
สายตาสงบนิ่งจับจ้องไปยังห้วงลึกของความว่างเปล่า
ราวกับกำลังรอใครบางคนมาถึง
ในจังหวะนั้นเอง
มิติอาณาเขตทั้งผืนพลันสั่นไหวขึ้นเล็กน้อย
ม่านมิติเกิดระลอกคลื่นเป็นวง ๆ ราวผิวน้ำ จากตื้นเขินค่อย ๆ ลึกขึ้น
ร่างสูงโปร่งร่างหนึ่งก้าวออกมาจากระลอกคลื่นอย่างช้า ๆ
เขามีใบหน้าหล่อเหลาแฝงเสน่ห์ร้าย ดวงตาลึกล้ำจนยากจะหยั่งถึง
มุมปากประดับรอยยิ้มคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
ทุกอากัปกิริยาแผ่กลิ่นอายชั่วร้าย
การที่เขาเดินในมิติอาณาเขตได้ราวกับเดินบนพื้นราบ
แสดงว่าเขาเป็นจอมยุทธ์ศักดิ์สิทธิ์ขั้นสิบเช่นเดียวกับเฉินเจิน
“ร่างกายของนายพัฒนาไปอีกขั้นแล้ว”
“มิน่าถึงทะลวงเข้าสู่ขั้นสิบได้”
“แต่การทะลวงขั้นของนาย เหล่าขุมกำลังใหญ่ในนครจิงตูก็คาดเดากันไว้แล้ว”
“คราวนั้นที่ยกกำลังบุกนครจิงตู ก่อเรื่องใหญ่โตเกินไปจริง ๆ”
เฉินเจินเอ่ยพลางเบนสายตาไปยังอีกฝ่ายเล็กน้อย
จากคำพูดของเขา ก็พอจะเดาได้ไม่ยากว่าจอมยุทธ์ศักดิ์สิทธิ์ผู้มีเสน่ห์ร้ายคนนี้เป็นใคร
เขาคือมหาบาทหลวงแห่งลัทธิวันสิ้นโลกนั่นเอง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น มหาบาทหลวงเพียงยิ้มบาง ๆ
“ถ้าไม่ทำแบบนี้ จะฝึกศิษย์รักของนายให้ถึงขั้นสิบได้ยังไง?”
“แต่ตอนนี้เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นแบบนี้ คงพูดยากแล้วล่ะ”
เสียงของเขาทุ้มต่ำและแหบพร่า
พูดไปพูดมา เขาก็ถอนหายใจออกมา
เฉินเจินเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะส่ายหน้าเช่นกัน
“ใครจะคิดว่าปรมาจารย์คนหนึ่งของกองทัพจะสู้เก่งขนาดนั้น”
