เสียงกรรมการตัดสินดังขึ้น
อัฒจันทร์พลันฮือฮาอีกครั้ง
“เทพธิดาไป๋ก็ซ่อนฝีมือไว้เหมือนกัน!”
“ฝีมือด้านวิชายุทธ์ของเธอเก่งเกินไปแล้ว!”
“ไม่อยากเชื่อเลย!”
“ในบรรดานักศึกษาใหม่ชั้นยอด 4 คน กลับมีถึง 2 คนที่ซ่อนฝีมือไว้ลึกขนาดนี้”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่ไปทั่วอัฒจันทร์
ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
ว่าการแข่งขันรอบรองชนะเลิศครั้งนี้จะไม่ได้ดุเดือดสูสีอย่างที่พวกเขาคิดไว้เลย
กลับกลายเป็นการต่อสู้ที่ฝ่ายหนึ่งบดขยี้อีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง
โจวหมิงอวี่อาศัยขั้นพลังที่เหนือกว่า บดขยี้จ้าวเถี่ยซาน
ส่วนไป๋อวี่เหยาใช้ความเชี่ยวชาญด้านวิชายุทธ์กดดันหลินเยี่ยน
“คนหนึ่งขั้นพลังสูงกว่า ส่วนอีกคนวิชายุทธ์เก่งกว่า”
“ไม่รู้เลยว่าใครจะได้เป็นที่หนึ่ง!”
ใครคนหนึ่งถูมือด้วยความตื่นเต้น
สายตาจับจ้องสลับไปมาระหว่างโจวหมิงอวี่กับไป๋อวี่เหยา
ยิ่งตั้งตารอการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่กำลังจะมาถึง
อธิการบดีมหาวิทยาลัยยุทธ์เทียนหนานมองไป๋อวี่เหยาแล้วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“นักศึกษาที่อธิการบดีซูฝึกสอนมา ไม่ธรรมดาจริง ๆ”
“วิชายุทธ์ขั้นสองถึง 2 วิชา ล้วนฝึกจนบรรลุขั้นเชี่ยวชาญเบื้องต้นแล้ว นับว่าหาได้ยากจริง ๆ”
น้ำเสียงของเขาราบเรียบ สีหน้าไม่แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
วิชายุทธ์เป็นเพียงวิธีใช้พลังเท่านั้น
ช่องว่างด้านขั้นพลังใช่ว่าจะชดเชยกันได้ง่าย ๆ
หากพูดถึงความแข็งแกร่งแล้ว โจวหมิงอวี่ก็ยังได้เปรียบกว่าอยู่บ้าง
แม้ไป๋อวี่เหยาจะแสดงฝีมือได้ไม่เลวเช่นกัน
แต่เขาก็ยังเชื่อมั่นในนักศึกษาของตัวเองมากกว่า
