ไม่มีใครอยากเป็นคนแรกที่พุ่งเข้าไป
คนที่บุกเข้าไปก่อนย่อมต้องรับมือกับการรุมโจมตีของสัตว์ร้ายมากที่สุด
ชั่วขณะนั้นทุกคนต่างเงียบงัน
บรรยากาศตึงเครียดแผ่ปกคลุมไปทั่ว
หลิ่วหรูเยียนยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน แววตาวูบไหว
เธอมองไป๋อวี่เหยาแวบหนึ่ง ก่อนยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“นี่ เธอเด็กเส้นนี่”
“ไหน ๆ เธอก็เป็นเด็กเส้นอยู่แล้ว”
“งั้นไปยืนข้างหน้าสุด ช่วยดึงความสนใจพวกมันให้พวกเราหน่อยสิ”
พอหลิ่วหรูเยียนพูดจบ
เพื่อนสาวหลายคนที่ยืนอยู่ข้างเธอก็รีบพูดคล้อยตาม
คนอื่น ๆ ที่ได้ยินดังนั้นก็เริ่มเห็นด้วย
ถ้ามีคนยืนอยู่ข้างหน้าคอยดึงความสนใจของสัตว์ร้าย แรงกดดันที่พวกเขาต้องเผชิญก็จะลดลงมาก
ชั่วขณะนั้นสายตาของคนไม่น้อยต่างจับจ้องไป๋อวี่เหยา
ทั้งคาดหวังและยุยงอยู่ในที
ไป๋อวี่เหยากวาดตามองหลิ่วหรูเยียน ก่อนหัวเราะเยาะเบา ๆ
“ยัยโง่”
“เธอว่าไงนะ?!”
หลิ่วหรูเยียนโกรธจัด ใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที
เธอไม่คิดเลยว่าไป๋อวี่เหยาจะกล้าด่าเธอตรง ๆ
แต่ไป๋อวี่เหยากลับไม่สนใจเธออีก
เธอหยิบกระบี่ชิงเฉวียนออกมาจากแหวนมิติอย่างเงียบ ๆ
จากนั้นก็ก้าวเดินไปหาฝูงสัตว์ร้ายเพียงลำพัง มีกระบี่อยู่ในมือ
“เธอจะทำอะไรน่ะ?”
“หรือจะเดินเข้าไปคนเดียว?”
“นั่นไม่ต่างจากรนหาที่ตายหรือไง?”
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า นักเรียนหลายคนต่างชะงักงัน
หลิ่วหรูเยียนยิ่งหัวเราะเยาะ
“ฮึ ทำเป็นเก่ง”
“ฉันอยากเห็นจริง ๆ ว่าเธอจะตายอนาถขนาดไหน”
“ขอให้เสียโฉมไปเลยยิ่งดี”
ขณะเฝ้ารออย่างคาดหวัง เธอก็จับจ้องแผ่นหลังของไป๋อวี่เหยาไม่วางตา
แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้เธอเบิกตากว้าง
