“เอาละ เริ่มทำอาหารได้แล้ว”
หลินเย่ชี้ไปยังลังเนื้อหมาป่าตรงบริเวณครัว “เนื้ออยู่ทางนั้น ส่วนจะทำยังไงก็จัดการเองแล้วกัน”
สองสาวมองตามนิ้วของเขา ดวงตาพลันเบิกกว้าง
“เนื้อ... นี่เป็นเนื้อจริง ๆ...” เย่ชิงชิงพึมพำ พลางกลืนน้ำลาย
หลี่อวิ๋นเองก็นิ่งอึ้ง ลำคอขยับกลืนน้ำลาย นิ้วมือสั่นระริก
ตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมา เธอกับเย่ชิงชิงกินอะไรกันบ้าง?
บิสกิตขึ้นรา บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหมดอายุ ผลไม้เน่าที่เก็บได้ข้างทาง บางครั้งถ้าโชคดี ก็จะเจอไส้กรอกแฮมสักสองสามแท่งในซูเปอร์มาร์เก็ตร้าง สองแม่ลูกแบ่งกันกิน คนละคำเล็ก ๆ เคี้ยวอยู่นานกว่าจะยอมกลืน
เธอคิดว่าชาตินี้คงไม่ได้กินเนื้ออีกแล้ว
แต่ไม่คิดเลยว่า...
จู่ ๆ ดวงตาก็ร้อนผ่าว เธอรีบก้มหน้า ยกมือปาดแก้ม
เย่ชิงชิงที่อยู่ข้าง ๆ ส่งเสียงกลืนน้ำลาย น้ำลายแทบไหลออกมา
“แม่... เนื้อ...” เสียงของเธอสั่น “นี่เป็นเนื้อจริง ๆ...”
“อืม” หลี่อวิ๋นสูดลมหายใจลึก พยายามประคองมือให้มั่น “เนื้อจริง ๆ”
เธอพับแขนเสื้อ เปิดลังแล้วหยิบเนื้อหมาป่าชิ้นหนึ่งออกมา
มันแข็งโป๊กเพราะถูกแช่แข็ง แต่ในมือเธอกลับล้ำค่ายิ่งกว่าทองคำ
เธอเดินไปที่เตา เปิดก๊อกน้ำ วางเนื้อลงแช่ในกะละมัง ก่อนจะหยิบมีดกับเขียงออกมา แล้วลงมืออย่างคล่องแคล่ว
เย่ชิงชิงเข้ามาจะช่วย แต่ถูกหลี่อวิ๋นไล่ไป
“มือไม้เธอไม่คล่อง อย่ามาเกะกะ ไปเช็ดโต๊ะให้สะอาดแล้วจัดชามกับตะเกียบให้เรียบร้อย”
“อ๋อ” เย่ชิงชิงหันไปเช็ดโต๊ะอย่างว่าง่าย
ขณะเช็ด เธอก็แอบหันกลับไปมอง
หลินเย่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา ถือแก้วน้ำในมือพลางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง
เย่ชิงชิงมองเสี้ยวหน้าของเขา ในใจรู้สึกบอกไม่ถูก
