หน้าประตูมีเด็กหนุ่มอายุราว 15-16 ปียืนอยู่ เขาสวมเสื้อฮู้ดเก่าโทรม ก้มหน้าจนมองไม่เห็นใบหน้า
เห็นเช่นนั้น หวงเหมาก็โล่งใจ ลอบคิดในใจว่า
นึกว่าใคร ที่แท้ก็แค่เด็กเหลือขอ
จากนั้นเขาก็มองเด็กหนุ่มด้วยสีหน้าเย็นชา เอ่ยอย่างวางอำนาจว่า
“มาทำอะไร? ดึกดื่นป่านนี้ยังมาเคาะประตู อยากโดนซ้อมหรือไง?”
เด็กหนุ่มไม่ส่งเสียงตอบ
“ถามแล้วไม่ได้ยินหรือไง? หูหนวกหรือ?” หวงเหมาถือมีดแกว่งไปมาตรงหน้าเด็กหนุ่ม “หรืออยากให้พ่อเปิดแผลบนตัวแกสักสองสามแผล จะได้ระบายอากาศ?”
คราวนี้เด็กหนุ่มขยับในที่สุด เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำอย่างน่าสะพรึง
หวงเหมาชะงักไป ก่อนสบถออกมาโดยไม่รู้ตัวว่า
“ไอ้เวรนี่...”
ยังพูดไม่ทันจบ เด็กหนุ่มก็พุ่งเข้ามากัดคอเขาเต็มแรง
“อ๊าก—!”
“พี่เว่ย ช่วยผมด้วย!”
หยางเว่ยดีดตัวขึ้นจากเตียง คว้าเก้าอี้พับพุ่งเข้าไปหา “ไอ้สัตว์เดรัจฉานตัวไหนวะ กล้ามาทำร้ายน้องชายฉัน! ตายซะ!”
ปัง!
เก้าอี้ฟาดเข้าที่ศีรษะเด็กหนุ่ม เขากลิ้งไปด้านข้าง กระตุกสองสามครั้งแล้วแน่นิ่ง
“เชี่ย!” หยางเว่ยทิ้งเก้าอี้ สีหน้าซีดเผือด “คงไม่ได้ตายแล้วใช่ไหมวะ? ฉันก็ไม่ได้ฟาดหัวแตกสักหน่อย!”
เขาย่อตัวลงตรวจลมหายใจ แล้วคลำชีพจรตรงคอ
ไม่มีลมหายใจแล้ว
หยางเว่ยพลันลนลาน
กองรถเนี่ยผานมีกฎ ห้ามปล้นชิงเสบียงของคนอื่น และห้ามลงมือฆ่าคนเด็ดขาด
หากถูกจับได้ จะถูกยิงทิ้งทันที
เขาพลาดฆ่าเด็กหนุ่มเข้าแล้ว ต้องหนีไปจากที่นี่ก่อนใครจะรู้
“ไอ้หวงเหมา อย่ามาแกล้งตาย รีบลุกแล้วหนี เรา...”
