หลินเย่เก็บหน้าต่างสถานะกลับไป มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
ขั้นหนึ่งระยะกลาง สำหรับเขาแล้วไม่ต่างจากหั่นผักหั่นแตง แต่ความสามารถ «เสียงกระซิบหลอนประสาท» ยังต้องระวังไว้
“หลี่อวิ๋น เดี๋ยวพอเริ่มสู้กัน ดูแลตัวเองให้ดี”
“รับทราบค่ะ นายท่าน”
ในความมืด เสียงเคี้ยวหยุดลง แทนที่ด้วยเสียงสวบสาบที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ราวกับมีงูนับไม่ถ้วนเลื้อยไปมาตามชั้นวางสินค้า
ทันใดนั้น—!
ลิ้นยาวสีม่วงเข้มหลายเส้นพุ่งออกมาจากทุกทิศทางในส่วนลึกของชั้นวางสินค้า ฟาดเข้าหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว
สวี่ฉิงตกใจจนหน้าซีด ขาอ่อนทรุดลงกับพื้น
“ลิ้น... ลิ้น! มีแต่ลิ้นเต็มไปหมด!”
สิ้นเสียง ลิ้นยาวเส้นหนึ่งก็พันรอบข้อเท้าของเธอแล้วกระชากอย่างแรง ร่างทั้งร่างล้มคว่ำลงกับพื้น กระโปรงถลกขึ้น ต้นขาครูดกับพื้นจนเป็นรอยเลือด
“อ๊า——!”
สวี่ฉิงกรีดร้อง น้ำตากับน้ำมูกเปรอะเต็มหน้า เบื้องล่างพลันร้อนวูบ เธอฉี่ราดด้วยความตกใจ
“หลินเย่! ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”
ไม่ใช่แค่เธอ
แทบจะในเวลาเดียวกัน หลี่เฉียงถูกลิ้นพันคอ ฮ่าวจื่อถูกพันเอว ส่วนคนที่เหลือถูกพันขา
ทุกคนถูกลิ้นยาวลากไถลเข้าไปในความมืด
“ท่านหลินเย่! ช่วยด้วย!”
“รีบช่วยพวกเราที! ฉันยังไม่อยากตาย!”
“แม่! ผมอยากกลับบ้าน! ไม่เดินซูเปอร์มาร์เก็ตนี่แล้ว! ผมจะกลับบ้านไปหาแม่!”
หลินเย่หรี่ตา ยกมือขึ้น ดาบยาวสีเลือดก่อตัวขึ้น
แสงดาบวาบผ่าน ลิ้นยาวที่พันรัดทุกคนขาดสะบั้นพร้อมกัน
เลือดดำพุ่งกระฉูดจากรอยขาด กระเซ็นเต็มพื้น
ขณะเดียวกัน
เสียงกรีดร้องแหลมดังมาจากความมืด ลิ้นที่ขาดหดกลับเข้าไปอย่างรวดเร็ว
จากนั้นเงาร่างของหญิงคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงปลายชั้นวางสินค้า ผมยาวลากพื้น ดวงตาขาวโพลน ใบหน้าเขียวคล้ำ ปากฉีกกว้างไปจนถึงใบหู ภายในเต็มไปด้วยลิ้นที่เพิ่งถูกฟันขาดเมื่อครู่ ทั้งยังขยับยุกยิกและงอกยาวขึ้นเรื่อย ๆ เลือดดำไหลหยดจากมุมปากลงพื้นไม่ขาดสาย
