อาหารของลูกสาวส่วนใหญ่เป็นฝีมือเย่ชูเอง
อาหารเช้าวันนี้คือซาลาเปาไส้ครีม ซาลาเปาไส้ผักกาดดอง และโจ๊กน้ำซุปไก่ที่เสียงเสียงสั่งเป็นพิเศษ
โจ๊กน้ำซุปไก่ตุ๋นเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ก่อนนอนก็ตั้งหม้อหุงข้าวตั้งเวลาไว้
เย่ชูลงมาชั้นล่างแล้วหยิบแป้งที่นวดไว้กับวัตถุดิบออกจากตู้เย็น มาผสมไส้
ห่อซาลาเปาเสร็จก็เอาไปนึ่ง เธอฝากแม่บ้านให้ช่วยดูไฟ แล้วขึ้นไปปลุกเสียงเสียง
ได้กินของโปรด เสียงเสียงมีความสุขมาก เธอกินไปแกว่งเท้าไป พูดมากขึ้นด้วย "ซาลาเปาฝีมือแม่นี่อร่อยที่สุดเลย"
"ขอบคุณแม่นะ แม่เหนื่อยแล้ว"
เย่ชูฟังไปยิ้มตาโค้ง ความเหนื่อยล้าหายเป็นปลิดทิ้ง คีบซาลาเปาไส้ครีมอีกชิ้นให้เสียงเสียง
เสียงเสียงกล่าวขอบคุณแล้วรับมากัดไปสองคำ ก็หยุดกะทันหัน จ้องซาลาเปาครึ่งชิ้นในมือเหม่อลอย
เย่ชูถาม "อิ่มแล้วเหรอ"
เสียงเสียงมองเธอสลับกับสั่นหัว พูดเสียงเบา "ซาลาเปาแม่ทำอร่อยมาก ถ้าพ่อได้กินด้วยก็คงดี"
"แม่ เมื่อคืนพ่อกลับมาไหม" เด็กน้อยถามอย่างระมัดระวัง
หัวใจเย่ชูบีบรัด แต่สีหน้ายังเรียบเฉย น้ำเสียงหนักแน่น "ไม่"
เธอจะไม่โกหกเพื่อปกปิดการหลอกลวงของเจียงโจวเหยี่ยนอีก และจะไม่บั่นทอนความเชื่อใจที่ลูกมีต่อเธออีก
เสียงเสียงก้มหน้าอย่างผิดหวัง กัดซาลาเปาไส้ครีมช้าๆ ทีละนิด พอกินเสร็จก็ถามอีก "พ่อไปงานเลี้ยงแล้วเมาเลยกลับมาไม่ได้ใช่ไหม"
เย่ชูปวดร้าวในใจ ยังคิดหาวิธีอธิบายให้ลูกฟังไม่ออก ก็เห็นเสียงเสียงเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง
"แม่ หนูชงน้ำผึ้งผสมมะนาวให้พ่อได้ไหม"
กลัวเย่ชูไม่ยอม เสียงเสียงรีบอธิบาย "แต่ก่อนพ่อเมา แม่ก็ชงน้ำผึ้งให้พ่อตลอด หนูอยากชงให้พ่อบ้าง"
เด็กน้อยไม่ถือสาความหลัง ยังคิดถึงพ่อ เป็นห่วงสุขภาพพ่อ เหมือนมือล่องหนมาบีบรัดหัวใจเย่ชู ทั้งกลัวและเกลียด
กลัวว่าความคาดหวังของลูกสาวจะพังทลายอีกครั้ง ถูกเจียงโจวเหยี่ยนทำร้ายอีก
เกลียดความเย็นชาไร้ความรู้สึกของเจียงโจวเหยี่ยน
เขาเคยบอกว่าเสียงเสียงคือเจ้าหญิงน้อยของเขา แล้วทำไมถึงได้ใจร้าย ซ้ำเติมบาดแผลให้เสียงเสียงอีก
เย่ชูกำมือแน่น ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามนำ "เสียงเสียงอยากชงน้ำผึ้งไปให้พ่อที่บริษัทใช่ไหม"
เสียงเสียงพยักหน้าแรง ดวงตาจ้องมองเธอเป็นประกาย "ได้ไหม"
"ได้สิ"
เย่ชูตอบรับ จากนั้นแสดงสีหน้ากลัดกลุ้ม "แต่ว่า ถ้าหนูไปบริษัท หนูก็จะไปโรงเรียนสายนะ"
ความดีใจที่เพิ่งก่อตัวแข็งค้างบนใบหน้า เสียงเสียงมองเธอตาปริบๆ คำนวณในใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็หน้าห่อเหี่ยวลง
อาทิตย์ก่อนหนูป่วยลาหยุดไปหลายวัน ถ้าขาดเรียนอีกคุณครูต้องไม่พอใจแน่
"แม่มีข้อเสนอ"
เห็นเด็กน้อยจัดการอารมณ์ตัวเองได้แล้ว ไม่ยืนกรานจะไปส่งเองอีก เย่ชูจึงพูดต่อ "เดี๋ยวแม่ไปส่งหนูที่โรงเรียนอนุบาลก่อน แล้วแม่จะเอาน้ำผึ้งที่หนูชงไปส่งให้พ่อที่บริษัท ได้ไหม"
นี่เป็นข้อเสนอที่ดีมาก เสียงเสียงยอมรับ "ได้ค่ะ ขอบคุณแม่"
กินอาหารเช้าเสร็จ เสียงเสียงหากระติกน้ำร้อนมา แล้วให้เย่ชูช่วยชงน้ำผึ้งผสมมะนาว จากนั้นนึกขึ้นได้ว่าพ่ออาจยังไม่ได้กินข้าวเช้า จึงเอาซาลาเปาไส้ครีมที่เหลือทั้งหมดใส่กล่องเก็บความร้อนไว้
ตอนที่เย่ชูมาถึงบริษัทของเจียงโจวเหยี่ยน ยังไม่ถึงเวลาเข้างาน
เธอเดินตามคนที่ไปทำงาน ขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนสุดของสำนักงานประธานบริษัท ถือกระติกน้ำและผลไม้เดินออกจากลิฟต์ ก็เจอคนคุ้นเคย
"เย่ชู"
หลิวเฮ่าอยู่ในชุดสูทผูกไท แขนพับเสื้อโค้ทไว้ แน่นอนว่าเพิ่งมาถึง เขามองเย่ชูด้วยสีหน้าประหลาดใจ "เช้าขนาดนี้ คุณมาบริษัทได้ยังไง"
เย่ชูยกถุงที่ใส่กระติกและกล่องอาหาร ยิ้มตอบ "เสียงเสียงเป็นห่วงสุขภาพพ่อ เลยชงน้ำผึ้งให้แม่เอามาส่ง"
ช่วงเริ่มต้นสร้างบริษัท เจียงโจวเหยี่ยนไม่มีเงินเหลือจ้างทนายประจำ ฉะนั้นสัญญาส่วนใหญ่จึงเป็นเย่ชูช่วยตรวจทานให้ ต่อมาบริษัทถูกคนลอบทำร้าย เย่ชูก็ขอความช่วยเหลือจากอาจารย์และรุ่นพี่ ช่วยกู้วิกฤตมาได้
ในฐานะหุ้นส่วน หลิวเฮ่ารู้สึกขอบคุณและนับถือเย่ชูมาตลอด
"เสียงเสียงนี่ช่างมีน้ำใจ"
หลิวเฮ่าไม่รู้ว่าเรื่องนอกใจของเจียงโจวเหยี่ยนถูกเปิดโปงแล้ว จึงใช้ข้ออ้างเก่าๆ ตอแหลใส่เธอ "เมื่อวานบริษัทมีลูกค้าสำคัญมา อาเหยี่ยนไปงานเลี้ยงจนดึก คงจะมาช้าหน่อย คุณไปนั่งรอที่ห้องทำงานเขาก่อนก็ได้"
แววตาเย่ชูค่อยๆ จืดจาง "...ได้"
วางของไว้บนโต๊ะทำงานแล้ว เย่ชูก็ถือผลไม้ไปห้องเลขานุการ แจกเชอร์รีที่ส่งมาทางอากาศเมื่อเช้านี้ให้พวกเลขาฯ และผู้ช่วย
พวกเลขาฯ ก็รู้สึกผิดเช่นเดียวกับหลิวเฮ่า รับของแล้วยิ่งไม่กล้าสบตาคุณนาย
เย่ชูทำเป็นไม่เห็น กวาดตามองในห้องทำงานแล้วถาม "มีเพื่อนร่วมงานใหม่ที่ยังไม่มากันอีกไหม"
ทุกคนตะลึงงัน
เย่ชูปราณีตบอก "พวกคุณแบ่งไว้ให้เธอหน่อยแล้วกัน ถ้าไม่พอ เดี๋ยวฉันให้คนส่งมาเพิ่ม"
ทุกคนรีบบอกว่าเยอะแล้ว สายตาที่มองเธอยิ่งหลบหลีก
เย่ชูแค่นยิ้มแล้วเดินออกจากห้อง
ในกลุ่มคนพวกนี้ไม่มีใครใช้น้ำหอมกลิ่นหวานเลี่ยนเลย
และเมื่อเธอพูดถึงเพื่อนร่วมงานใหม่ที่ยังไม่มา สีหน้ากระอักกระอ่วนของพวกเขายิ่งเห็นได้ชัด
ดูท่าทุกคนคงรู้ว่าเจียงโจวเหยี่ยนนอกใจกับใคร
เย่ชูรู้สึกใจหวิว
เธอไม่ก้าวก่ายงานของเจียงโจวเหยี่ยน แต่ก็พาเสียงเสียงมาหาเขาที่บริษัทบ้างเป็นครั้งคราว ปีนี้ที่ไม่ได้มา เพราะต้องช่วยให้เสียงเสียงปรับตัวกับโรงเรียนอนุบาล
แค่ครึ่งปีเอง พนักงานใหม่คนหนึ่งก็มาแทนที่ความสัมพันธ์สิบปีของพวกเขา
เจียงโจวเหยี่ยนมาถึงในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา
คงได้ข้อมูลจากหลิวเฮ่าแล้ว ท่าทางรีบร้อนของเขาจึงเจือความลนลาน
เขาถอดเสื้อนอกแขวนบนไม้แขวน พลางถาม "จู่ๆ มาบริษัทได้ไง"
เย่ชูถามกลับอย่างทีเล่นทีจริง "ตอนนี้ฉันมาที่นี่ไม่ด้ายแล้วเหรอ"
"...ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น"
เจียงโจวเหยี่ยนขมวดคิ้ว เหมือนจะแก้ตัว เย่ชูยื่นกระติกน้ำไปจ่อหน้าเขา "นี่คือน้ำผึ้งที่เสียงเสียงตั้งใจชงให้พ่อเอง"
เมื่อพูดถึงลูกสาว เจียงโจวเหยี่ยนก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองเป็นพ่อ คำพูดที่เหลืออึกอักค้างอยู่ในลำคอ ความเจ็บปวด ความรู้สึกผิด และการตำหนิตนเองผลัดเปลี่ยนกันผ่านบนใบหน้า
เขาหลบสายตาเย่ชูอย่างไม่เป็นธรรมชาติ รับกระติกไป "ขอบคุณ"
"คำนี้ คุณไปบอกเสียงเสียงด้วยตัวเองเถอะ" เย่ชูเสียดแทงเขาต่อ
"...อืม"
เจียงโจวเหยี่ยนเปิดฝาจิบหนึ่งคำ น้ำผึ้งหวานเลี่ยนไหลลงกระเพาะ ราวกับแปะเปื้อนความรักของพ่อที่แตกสลายไปบางส่วน ในที่สุดเขาก็นึกห่วงใยลูกสาวขึ้นมา
"แผลของเสียงเสียง ดีขึ้นหรือยัง"
"แผลก็ดีขึ้น เราไปหาหมอ หมอจ่ายยาให้..."
เย่ชูหยุดพูดกะทันหัน มองเขาด้วยสีหน้าตกตะลึง "เมื่อคืนฉันส่งวีแชทบอกคุณอีกครั้ง คุณไม่เห็นเหรอ"
พูดถึงเมื่อคืน เจียงโจวเหยี่ยนนึกถึงแต่การร่วมรักอันเร่าร้อน นึกไม่ออกเลยว่าเย่ชูเคยส่งข้อความมา
"ดู ดแล้ว"
เจียงโจวเหยี่ยนดื่มน้ำแก้เก้อ พูดอ้อมแอ้ม "ตอนนั้นเมามาก เลยตอบกลับไม่ทัน ขอโทษ"
เขาไม่ได้ดูข้อความของเธอเลย
เขากำลังดื่มน้ำผึ้งที่ลูกสาวตั้งใจทำให้ ในขณะที่พูดจาแก้ตัวให้กับการทำร้ายลูกสาว
ความผิดหวังในดวงตาของเย่ชูไม่ปิดบัง ความโกรธและเกลียดที่อัดอั้นอยู่ในใจกำลังคุกรุ่น
จากการเรียนกฎหมายจนกระทั่งมาเป็นทนายความเอง เย่ชูเคยเห็น เคยสัมผัสผู้คนที่เสแสร้ง ปากกับใจไม่ตรงกันมามาก แต่ไม่เคยคิดเลยว่า สักวันหนึ่งตัวเองก็จะเป็นเหมือนเหยื่อในคดี ถูกคนที่ไว้ใจหลอกเหมือนคนโง่
"แผลที่หัวเข่าเสียงเสียงไม่เป็นไร แต่จิตใจยังแย่ เมื่อคืนเธอร้องไห้ไปกว่าครึ่งชั่วโมง ถามฉันไม่หยุดว่าเป็นเพราะเธอไม่ดีหรือเปล่า พ่อถึงไม่กลับมา"
"คุณไม่กลับบ้านมาหลายวัน แถมไม่วิดีโอคอลด้วย ยิ่งทำให้เธอช้ำใจ"
"ตื่นเช้ามาก็ถามฉันอีกว่าเมื่อคืนคุณกลับไหม เป็นห่วงว่าคุณไปงานเลี้ยงจะเมา ยืนกรานจะมาเอาน้ำผึ้งให้"
น้ำเสียงเย่ชูเย็นชาลง คำพูดแทงใจเขา ก็กรีดเลือดกรีดเนื้อใส่ตัวเอง คนที่แอบรักจนแต่งงานมีลูก รักเขามาสิบสามปี
แต่เธอก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น
"สภาพของเสียงเสียงคุณก็รู้ เธอทนรับการบอบช้ำพวกนี้ไม่ไหว"
"ข ขอโทษ"
เจียงโจวเหยี่ยนรู้สึกเหมือนถูกใครบีบคอ จิตสำนึกรู้สึกผิดจึงพูด "ผมจะจัดตารางงานให้ลงตัว แล้วกลับบ้านไปหาเสียงเสียงให้มากขึ้น"
"ช่วงนี้บริษัทงานยุ่งมากจริงๆ ผมไม่มีทาง..."
"กินข้าวเช้าหรือยัง"
เย่ชูไม่อยากฟังเขาแก้ตัวอีก เปิดกล่องเก็บความร้อน "นี่ก็เป็นสิ่งที่เสียงเสียงจัดมาให้พ่อด้วยตัวเอง"
เมื่อสบตากับแววตาเรียบเฉยของเย่ชู เจียงโจวเหยี่ยนกลืนคำแก้ตัวลงคออย่างเงียบๆ ยื่นมือหยิบซาลาเปาไส้ครีมมา ไม่กัด แต่ยัดทั้งชิ้นเข้าปาก ไส้ครีมหวานหอมกลับได้รสชาติเหมือนดีเกลือ
เด็กที่มีภาวะอ่อนไหวสูงเลี้ยงดูยาก ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยคิดว่าเสียงเสียงมีความบกพร่อง จนกระทั่งเธอเริ่มพูดได้ พวกเขาจึงหาวิธีรับมือกับอาการต่างๆ ภายใต้การช่วยเหลือของหมอ หาวิธีสื่อสารกับเด็กเจอ
ในระหว่างนั้นมันยากลำบากเพียงใด เมื่อเด็กควบคุมตัวเองไม่ได้ ผู้ใหญ่จะรู้สึกพรั่นพรึงและไร้ทางสู้แค่ไหน แม้เจียงโจวเหยี่ยนจะไม่เท่าเย่ชู แต่เขาก็ผ่านมันมาด้วยตัวเอง
เจ้าหญิงน้อยที่เอ็นดูต้องเจ็บตัว และยังมารับความอัดอั้นเพราะเขา ในใจเจียงโจวเหยี่ยนก็ไม่สะดวกสบายนัก
กลืนอาหารลงคออย่างรวดเร็ว เขาวางกล่องอาหารแล้วเข้าไปกอดเย่ชู
"คุณเหนื่อยแล้ว"
กลิ่นน้ำหอมหวานเลี่ยนลอยมาแผ่วเบา ก่อนที่มือของเขาจะแตะต้องตัว เย่ชูหันกลับไปเก็บฝากล่อง พูดกึ่งจริงกึ่งเล่น "ถ้าสงสารฉันจริงก็กลับบ้านบ่อยๆ มาช่วยแบ่งเบาฉันหน่อย 明明อยู่เมืองไห่ แต่คุณไม่กลับบ้านติดกันแปดวัน ใครไม่รู้คงนึกว่าคุณมีคนอื่นแล้ว"
"คุณอย่าคิดมาก..."
เจียงโจวเหยี่ยนพยายามอธิบาย แต่ก็ถูกเสียงเคาะประตูขัดเสียก่อน
"ประธานเจียง"
เวินเชี่ยนถือกาแฟสองถ้วยเข้ามา "ได้ยินว่ามีแขก พี่หยางเลยให้ฉันยกกาแฟมา"
เจียงโจวเหยี่ยนขมวดคิ้วไม่พอใจ แต่พอนึกว่าเขาไม่ได้บอกเธอจริงๆ ว่าเย่ชูมา จึงไม่สะดวกจะต่อว่าเธอ ก็ยอมให้เธอเข้ามา
เวินเชี่ยนทำเหมือนจำเย่ชูไม่ได้ เดินตรงเข้ามา วางกาแฟถ้วยหนึ่งลงบนโต๊ะตรงหน้าเจียงโจวเหยี่ยน
ส่วนกาแฟให้เย่ชู เวินเชี่ยนยกมาเสิร์ฟตรงหน้า "เชิญค่ะ"
เวินเชี่ยนแต่งหน้าสไตล์เรีบยๆ แต่วิจิตร ผมยาวสยาย ดูอ่อนโยนน่ารัก อาจเป็นนิสัยส่วนตัว ตอนยกกาแฟมือขวาของเธอ นิ้วก้อยชูขึ้นราวนิ้วเทียน เล็บที่ฝังเพชรดูเด่นชัดมาก
เหมือนกับเศษเล็บนิดเดียวในรูปที่ส่งให้เย่ชูเมื่อคืน
ระหว่างที่เธอก้มตัวและยืดตัวขึ้น กลิ่นน้ำหอมหวานเลี่ยนของเวินเชี่ยนก็กรุ่นเข้าจมูกเย่ชูอย่างแรง
คือเธอ