คืนนี้ จู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นเหนือศีรษะ
เด็กทุกคนในห้องใต้ดินพลันตื่นขึ้นพร้อมกัน
ไม่มีใครพูดอะไร
แต่สือโถวได้ยินเสียงสูดลมหายใจเบา ๆ ดังมาจากรอบด้าน ระงับเสียงไว้ต่ำจนแทบไม่ได้ยิน ทว่าดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย
เด็กหญิงตัวน้อยข้างกายกำชายเสื้อของเขาไว้แน่น
“หรือว่า...ถึงวันนั้นแล้ว?”
ด้านบนมีเสียงทึบดังขึ้นหลายครั้ง
“ปัง”
“ปัง”
คล้ายมีของหนักอึ้งบางอย่างล้มลงกับพื้นกะทันหัน
จากนั้นทุกอย่างก็เงียบสนิท
สือโถวกลั้นหายใจ จ้องแผ่นไม้เหนือศีรษะ
“เอี๊ยด”
แผ่นไม้ถูกเปิดออก
ลมเย็นสายหนึ่งพัดกรูเข้ามา
ในสายลมมีกลิ่นชื้นของน้ำค้างยามค่ำ กลิ่นหญ้าเขียว และกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ...
เด็ก ๆ ในห้องใต้ดินพากันถอยกรูดไปพร้อมกัน
ทันใดนั้น เงาร่างคนหนึ่งก็ไต่บันไดลงมา
ในมือเขาไม่มีคบเพลิง อาศัยแสงริบหรี่ที่ลอดลงมาจากด้านบน สือโถวจึงเห็นได้เพียงคร่าว ๆ ว่าอีกฝ่ายตัวสูง ไหล่กว้าง ส่วนใบหน้า...
บนใบหน้ามีหัวเสืออยู่ตัวหนึ่ง
เป็นเสือที่ทำจากกระดาษ บนหน้าผากวาดอักษรคำว่า “ราชา” ไว้ ดวงตากลมโตทั้งสองข้างเหมือนหน้ากากเสือที่ขายให้เด็ก ๆ ในงานวัดไม่มีผิด
คนผู้นั้นหยุดยืนตรงปลายบันได ก้มมองเด็ก ๆ เต็มห้องอยู่นานโดยไม่ขยับเขยื้อน
สือโถวรู้สึกว่าอีกฝ่ายคล้ายจะตกใจเสียเอง
ผ่านไปครู่ใหญ่ คนผู้นั้นจึงค่อย ๆ ย่อตัวลง จนอยู่ในระดับสูงพอ ๆ กับพวกเขา
“อย่ากลัวไป”
“ข้าจะพาพวกเจ้าออกไป”
ไม่มีใครกล้าขยับ
เด็กหญิงตัวน้อยข้างกายสือโถวจ้องหน้ากากหัวเสือ ริมฝีปากขยับเล็กน้อย
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งแรกที่นางเปล่งเสียงออกมา
“เสือ...เสือ...”
คนผู้นั้นชะงักไปเล็กน้อย
“อืม” ชายหนุ่มเอ่ย “เสือไม่กินเด็กหรอก”
……
หลังจากนั้น สือโถวก็ไม่เคยลืมคืนนั้นได้เลย