วันรุ่งขึ้น
หยางเฟิงพกบุหรี่สองซองออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังกลุ่มหนึ่ง เรียกจางเฉวียนแล้วตรงดิ่งไปบ้านโจวหม่านซาน เลขาธิการพรรคประจำกองใหญ่
พอเห็นจางเฉวียนกับหยางเฟิงมาด้วยกัน โจวหม่านซานก็รู้ทันทีว่าเรื่องยุ่งยากมาเยือนแล้ว
ต่างจากเฉาเต๋อจู้ หัวหน้ากองใหญ่ผู้หลงใหลอำนาจ โจวหม่านซานไม่ได้ใส่ใจเรื่องอำนาจมากนัก
หลักการทำงานของเขามีแค่อย่างเดียว คือไม่ทำให้คนทั้งสองฝ่ายขุ่นเคือง แล้วก็หาผลประโยชน์เข้าบ้านตัวเองไปด้วย
เห็นอยู่ว่าอีกไม่นานก็จะพ้นตำแหน่ง เขายิ่งไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว
เรื่องใหญ่ไม่พูด เรื่องเล็กก็ไม่พูด
ทั้งตัวเหลือให้ใช้งานอยู่แค่อย่างเดียว คือภาวะต่อมลูกหมากอักเสบ
หยางเฟิงยกมือคารวะ ยิ้มแฉ่งเอ่ยว่า “เลขาธิการโจว ผมมาแสดงความยินดีกับท่านครับ”
“แสดงความยินดี?”
โจวหม่านซานทำหน้าเหวอโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะหันไปมองจางเฉวียน
จางเฉวียนเองก็ยังงุนงง
ไม่เข้าใจว่าหยางเฟิงกำลังคิดแผนอะไรอยู่
หยางเฟิงกล่าวว่า “ปกติเลขาธิการโจวดีกับผมไม่น้อย กองใหญ่ก็ดูแลครอบครัวผมอย่างดี ตอนนี้ผมพอมีความสามารถขึ้นมาบ้าง ย่อมต้องรู้คุณและตอบแทน ผมตั้งใจจะมอบโควตาพนักงานบริการร้านอาหารของรัฐให้ส่วนรวมในกองใหญ่ ท่านว่าโควตานี้เป็นข่าวดีของเหล่าสมาชิกกองการผลิตหรือเปล่าครับ?”
พอได้ยิน จางเฉวียนเกือบสำลักควันบุหรี่ตาย เขาเบิกตากว้างจ้องหยางเฟิง
ทำไมเขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน?
หยางเฟิงไปเอาโควตามาจากไหน?
โจวหม่านซานจ้องหยางเฟิงอยู่นานเต็มหนึ่งนาที เขารู้ว่าหยางเฟิงมีเส้นสายกว้างขวางและรู้จักคนมีความสามารถไม่น้อย
แต่จะเกินจริงไปหรือเปล่าถึงขั้นจัดคนเข้าทำงานร้านอาหารของรัฐได้?
“มีเส้นสายจริงหรือ?”
โจวหม่านซานถามอย่างไม่อยากเชื่อ
ถึงพนักงานบริการจะไม่ใช่หนึ่งในแปดอาชีพทางการ
