“หัวหน้าโจว คุณก็เห็นแล้ว คนพวกนี้ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริง ๆ พ่อผมเป็นหัวหน้ากอง ผมก็เป็นเยาวชนดีเด่นห้าประการ นอกจากเรื่องดี ๆ แล้ว ผมไม่เคยทำเรื่องชั่วเลย ไม่ใช่ว่าผมอยากพนันหรอกนะ แต่ไอ้หมอนี่มันกวนประสาทเกินไปจริง ๆ”
พูดกันตามตรง เฉาหย่วนเยว่ก็มีเล่ห์เหลี่ยมเล็ก ๆ อยู่ไม่น้อย
ทั้งที่รู้ว่าการพนันผิดกฎหมาย
กลับแกล้งทำเป็นถูกกลั่นแกล้ง
ราวกับหยางเฟิงเป็นฝ่ายบีบเขาจนตรอก
ถ้าไม่พนัน ก็เหมือนตัวเองเป็นฝ่ายผิดเสียอย่างนั้น
โจวเว่ยกั๋วขมวดคิ้วแน่น
ให้ตายเถอะ ข้าวยังไม่มีจะกิน แต่เรื่องไร้สาระนี่เก่งกันเหลือเกิน
“จดบันทึกเรื่องที่เกิดขึ้นตรงนี้ไว้ แล้วไปตรวจบาดแผลที่ทำให้หมูป่าตาย”
คนมองกันอยู่ตั้งมากมาย ต่อให้โจวเว่ยกั๋วจะหงุดหงิดแค่ไหน ก็ทำได้เพียงทำตามหน้าที่
พอได้ยินเช่นนั้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของป่าไม้ที่ถูกเรียกชื่อก็ชักมีดออกมา ก้มลงตรวจบาดแผลของหมูป่า
ขณะเดียวกัน หยางเฟิงก็ขยิบตาส่งสัญญาณให้เหอเหล่าเหนียน
เห็นดังนั้น เหอเหล่าเหนียนก็เดินเข้าไปอย่างลังเล
“อาเหล่าเหนียน เห็นแก่ความสัมพันธ์ที่คบกันมาหลายปี ฉันขอเตือนด้วยความหวังดีนะ การรู้จักเอาตัวรอดไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ถ้าดันทุรังเดินผิดทางจนสุดสาย ระวังจะโดนหางเลขไปด้วย”
หยางเฟิงพูดพลางยิ้ม
“แกกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่?”
หัวใจเหอเหล่าเหนียนเต้นแรง รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
“กระสุน”
หยางเฟิงตบปืนล่าสัตว์ของตัวเองเบา ๆ
“กระสุน... กระสุนเหรอ?!”
เหอเหล่าเหนียนชะงักไปก่อน จากนั้นก็เห็นหยางเฟิงตบกระเป๋าของเขาเบา ๆ
ไม่ใช่ลูกปรายเหล็ก แต่เป็นกระสุน
หรือว่า...
เพียงชั่วพริบตา เหอเหล่าเหนียนก็เข้าใจทุกอย่าง
