อีกด้านหนึ่ง เหอต้าลวี่ถอดรองเท้ายางเก่า ๆ ที่มีนิ้วเท้าโผล่ออกมา
แล้วถือรองเท้าไว้ในมือ ใช้เป็นอาวุธ
เมื่อเดินเข้าไปใกล้เจ้าหมีดำ เหอต้าลวี่ก็ทำเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิด ด้วยการยื่นรองเท้าไปจ่อใต้จมูกหมี
“ข้าไม่ได้ล้างเท้ามาสามวันแล้ว เหม็นจนเอ็งตายแน่!”
เจ้าหมีดำโกรธจนคลุ้มคลั่ง
กลิ่นเปรี้ยวเหม็นพุ่งทะลวงขึ้นสมอง มันจามออกมาอย่างแรงจนละอองเลือดกระเซ็นใส่เหอต้าลวี่ไปทั้งตัว
“จามเหมือนข้าเลย พ่อข้าบอกว่าข้าจามเหมือนยิงปืนใหญ่”
เหอต้าลวี่ไม่เพียงไม่หลบ กลับหัวเราะร่าเสียด้วย
“ฆ่ามันให้ตายดี ๆ เถอะ...”
หวังเยว่จิ้นทนดูต่อไปไม่ไหวจริง ๆ
ฆ่าหมีทีเดียวก็จบแล้วแท้ ๆ
ชาติที่แล้วหมีตัวนี้ไปทำบาปอะไรไว้ ชาตินี้ถึงได้มาเจอเจ้าสองตัวแสบอย่างพวกเขา
แม้แต่ตอนตายก็ยังตายดี ๆ ไม่ได้
หยางเฟิงยังไม่เอ่ยปาก เหอต้าลวี่ก็แสดง “ละคร” ของตัวเองต่อ
เขาเก็บกิ่งไม้ขึ้นมา แล้วกระหน่ำจิ้มแผลของเจ้าหมีดำ
“เจ็บไหม ถ้าเจ็บก็เรียกพ่อสิ เรียกพ่อแล้วข้าจะช่วยพูดกับพี่ชาย ให้เขาฆ่าเอ็งให้ตายดี ๆ”
เจ้าหมีดำย่อมไม่ยอมเรียกใครว่าพ่อ ทำได้แค่ร้องโหยหวนยิ่งกว่าเดิม
เสียงของมันแหบพร่าลงจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม
ใบหน้าเผยความคลุ้มคลั่งของสัตว์ที่ถูกต้อนจนมุม
มันไม่ใช้ปากกัดซากอีกต่อไป กลับหันไปกัดขาหน้าของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง กระดูกที่หักแล้วส่งเสียงกรอบแกรบอยู่ในปากมัน
หวังเยว่จิ้นหน้าซีดเผือด พูดตะกุกตะกักว่า “มัน... มันกำลังจะฆ่าตัวตายหรือ?”
“ไม่ใช่ฆ่าตัวตาย แต่เป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียด!”
หยางเฟิงจ้องท้องหมีเขม็ง
เมื่อเกิดปฏิกิริยาเช่นนี้ ก็หมายความว่าโอกาสมาถึงแล้ว
