“หลี่เสี่ยวหง ไสหัวไปเดี๋ยวนี้ อย่ามาก่อเรื่องหน้าบ้านฉัน!”
แค่เห็นหน้าเธอ หยางเฟิงก็หงุดหงิดจนแทบทนไม่ไหว
ถ้าไม่ติดเรื่องปืน เขาคงแฉเรื่องที่เธอแอบคบชู้กับเฉาหย่วนเยว่ไปนานแล้ว
พอได้ยินเช่นนั้น หลี่เสี่ยวหงไม่เพียงไม่ยอมไป แต่กลับทั้งอับอายทั้งโมโห
เธอมั่นใจว่าหยางเฟิงเคยข่มขู่หลิ่วฮุยหลิง ห้ามไม่ให้ก้าวออกจากหวายซู่ถุนแม้แต่ก้าวเดียว
“หยางเฟิง แกมันเป็นตัวอะไร ฮุยหลิงหย่ากับแกแล้ว อยากไปไหนก็เรื่องของเธอ แกมีสิทธิ์อะไรไปห้าม คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?”
“ฮุยหลิง ไม่ต้องกลัวนะ สามีฉันเป็นนักบัญชีประจำกองการผลิต หยางเฟิงไม่กล้าทำอะไรเธอหรอก!”
หลี่เสี่ยวหงเท้าเอว ยกเฉียนเหล่าเปิ่นผู้เป็นสามีขึ้นมาข่มขู่หยางเฟิง
ถ้าวัดกันเรื่องอำนาจ นักบัญชีประจำกองการผลิตก็เป็นรองแค่หัวหน้ากองการผลิตกับเลขาธิการพรรคประจำกองเท่านั้น
เรียกได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญอันดับสามอย่างแท้จริง
“ไอ้แซ่หยาง แกไม่ลองฉี่รดหัวตัวเองแล้วส่องดูบ้างล่ะ ว่าสภาพตัวเองเป็นยังไง ยังไม่รู้ตัวอีกหรือ? แต่งงานสามครั้ง หย่าสามครั้ง ฮุยหลิงคงตาบอดถึงได้มาแต่งกับขยะอย่างแก!”
“พูดอีกทีสิ ลองดู!”
ดวงตาหยางเฟิงวาวโรจน์
คนไม่รู้จักเจียมตัวแบบนี้ คิดจริง ๆ หรือว่าหยางเฟิงไม่กล้าตีผู้หญิง
“ฉันก็พูดแล้วไง จะทำไม?”
หลี่เสี่ยวหงเชิดอกท้าทาย “แน่จริงก็ลงมือสิ มาเลย มีปัญญาก็ตีฉันเลย!”
“พี่เฟิงไม่กล้าหรอก แต่ฉันกล้า!”
ชั่วพริบตาเดียว “เสือดาวน้อย” ตัวหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่
มือหนึ่งคว้าผมหลี่เสี่ยวหง อีกมือข่วนหน้าเธออย่างจัง
“พี่เฟิงไม่ตีผู้หญิง เพราะเขาเป็นลูกผู้ชาย แต่ฉันเป็นผู้หญิง ผู้หญิงตีกันเองไม่เห็นเป็นไรสักหน่อย”
