“เอ็งนี่มันไอ้ตัวแสบจริง ๆ แอบดักรอข้าอยู่ตรงนี้นี่เอง ที่ยอมให้ขี่เจ้าลาเหล็กให้หนำใจ ก็เพื่อวางกับดักข้าสินะ! เอ็งยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า ไอ้ตัวดีที่บีบน้ำมันออกจากก้อนหินได้!”
เหอเหล่าเหนียนหัวเราะจนตบต้นขาป้าบ ๆ ก้นบุหรี่แทบหล่นใส่กางเกง
“พี่จินเพิ่งรู้หรือครับ ไอ้หนูนี่เจ้าเล่ห์เป็นกรด จะเอาเปรียบมันสักหน่อยยากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์เสียอีก”
หยางเฟิงยิ้มกริ่มเดินเข้าไปหา พูดอย่างไม่สะทกสะท้านว่า “ลุงจินใจเย็นก่อนครับ เรื่องหนึ่งก็ส่วนเรื่องหนึ่ง ขี่มอเตอร์ไซค์จนสะใจแล้ว ลุงก็ให้ผมสะใจบ้างสิ”
“ช่วงนี้ผมกำลังยุ่งกับการค้าขายเนื้อ อยากเอาเนื้อสัตว์ป่ามาทำเป็นวัตถุดิบ แต่กลิ่นคาวสาบมันแรงเกินไป ลุงพอมีสูตรช่วยปรับรสชาติและคุณภาพเนื้อให้ดีขึ้นไหมครับ”
“ข้าเป็นพ่อครัวชั้นสูง เป็นพ่อครัวใหญ่สืบทอดกันมาในตระกูล ไม่ใช่คนทำเนื้อตุ๋นชั้นต่ำ เรื่องลดเกียรติแบบนี้อย่ามาหาข้า!”
พูดจบ ตาเฒ่าจินก็สะบัดหน้าเตรียมเดินหนี
หยางเฟิงเห็นดังนั้นก็รีบตะโกนลั่น “มีคนรังแกชาวนาจน ๆ แล้ว! อดีตเจ้าหน้าที่ได้เปรียบเขาแล้วไม่ยอมรับผิด รังแกกันแบบนี้ยังมีความยุติธรรมอยู่ไหม!”
เสียงตะโกนดังลั่นจนคนเดินถนนพากันหันมามอง
ตาเฒ่าจินโมโหจนหน้าเขียว รีบยกมือปิดปากหยางเฟิง
“เบาเสียงหน่อย! บรรพบุรุษเอ๊ย ข้ายอมแล้ว ได้หรือยัง?”
ชายชราให้ความสำคัญกับหน้าตายิ่งชีพ จะเคยเจอคนหน้าด้านอย่างหยางเฟิงได้ที่ไหน
ทำตัวเหมือนยายแก่ พอพูดไม่เข้าหูก็แหกปากด่ากราดเล่นแง่ทันที
“งั้นลุงตกลงแล้วนะครับ?”
“ตกลง ๆ เอ็งเป็นพ่อแท้ ๆ ของข้าเลย ข้าจะกล้าปฏิเสธได้หรือไง!”
