หยางเฟิงหั่นเนื้อแจกให้ทุกคนชิมอย่างใจกว้าง
พนักงานหนุ่ม ๆ ต่างก็มีเงินใช้ไม่น้อย
แม้แต่เด็กฝึกงานยังได้เงินเดือนเดือนละ 30 หยวน ไม่ต้องพูดถึงพนักงานประจำ
ยิ่งกว่านั้น ทุกคนยังเป็นหนุ่มโสด ไม่มีครอบครัวให้ต้องเลี้ยงดู ใช้เงินกันมือเติบ
หากเทียบกันแล้ว
ชาวบ้านในสหกรณ์ตำบลกับสมาชิกกองพลใหญ่ทำงานแลกคะแนนแรงงาน ได้วันละแค่ 2 เหมา
เงิน 1 เฟินยังแทบต้องแบ่งใช้เป็น 2 ส่วน
“เนื้อกวางป่าจินละ 1 หยวน ถูกกว่าสหกรณ์จัดซื้อจัดจำหน่าย แถมไม่ต้องใช้คูปองซื้อเนื้อด้วย”
“เอามาให้ผม 2 จิน”
“ผมเอา 3 จิน ขอชิ้นนี้!”
แผงขายของคึกคักขึ้นมาทันตา หยางเฟิงรับหน้าที่หั่นเนื้อกับชั่งน้ำหนัก ส่วนไป๋ชิงชิงเก็บเงินและห่อของ
สองสามีภรรยายุ่งจนแทบไม่ได้แตะพื้น
เหอเหล่าเหนียนมองจนตาค้าง ไม่คิดว่าเนื้อตุ๋นจะขายดีขนาดนี้
ไม่ถึงชั่วโมง เนื้อกวางตุ๋นของหยางเฟิงก็ขายไปแล้วกว่าครึ่ง
ส่วนทางเหอเหล่าเหนียนกลับขายรองเท้าบุนวมได้แค่ 5 คู่
“อาเหนียน ยืนรอให้คนมาซื้อแบบนี้ไม่ได้หรอก ต่อให้มีคนถามราคา พอได้ยินว่าคู่ละ 5 หยวน ก็คงต้องคิดหนักอยู่ดี”
หยางเฟิงว่างพอดี จึงเดินไปชี้แนะเคล็ดลับการค้าขายให้เหอเหล่าเหนียน
ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว
คนงานหนุ่มสาวต่างก็ชอบของทันสมัย พอมองรองเท้าบุนวมทำมือแบบนี้ก็ไม่ค่อยอยากได้กันเท่าไร
ส่วนคนงานเก่าที่เต็มใจซื้อรองเท้าชนิดนี้
ตอนนี้ส่วนใหญ่ก็หัวหงอกกันหมดแล้ว แถมยังต้องหาเงินเลี้ยงปากท้อง
“ฟังจากที่พูดมา ชีวิตพนักงานเก่าในโรงงานคงไม่สู้ดีแล้วสินะ?”
เหอเหล่าเหนียนเองก็กำลังสงสัย รองเท้าบุนวมที่ปกติขายง่าย วันนี้ทำไมถึงขายไม่ออก
