“ไอ้เด็กเวร ถ้ายังพูดจาเหลวไหลอีก พ่อจะเย็บปากแกซะ!”
หน้าเหอเหล่าเหนียนแดงก่ำ แทบอยากมุดดินหนี
หน้าร้อนออกแรงทำงานทั้งที
ไม่ใส่กางเกงในแล้วจะให้ใส่อะไร?
เรื่องดี ๆ พอออกจากปากเหอต้าลวี่ ทำไมถึงกลายเป็นเรื่องน่าอายไปได้ล่ะ
“พ่อ ถ้าเย็บปากผมแล้ว ผมจะกินข้าวยังไงล่ะ?”
เหอต้าลวี่ถามต่อ
“เหล่าเหนียน นายไม่เบานี่หว่า ถึงว่าเขาว่าคนเงียบ ๆ น่ะร้ายลึก แอบคบชู้แล้วยังกล้าพาลูกชายไปด้วย นายใจถึงจริง ๆ”
จางเฉวียนคาบบุหรี่เดินเข้ามา สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความเลื่อมใส ราวกับเพิ่งรู้จักเหอเหล่าเหนียนเป็นครั้งแรก
“ไป ๆ ไอ้เด็กนี่มันโง่ แถมสมองยังกลวง พูดอะไรก็เชื่อไปหมด เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว กวางตายแล้วก็จริง แต่จะขนออกไปยังไง?”
เหอเหล่าเหนียนรู้ดีว่ายิ่งแก้ตัวยิ่งเข้าตัว สุดท้ายจึงขี้เกียจอธิบาย
“นั่นสิ วันนี้มัวแต่คิดจะล่าหมี ไม่คิดเลยว่าจะเจอเจ้าตัวนี่เข้า”
หยางเฟิงหยิบบุหรี่ออกมา จุดกับปลายบุหรี่ของจางเฉวียน แล้วก้มมองกวางสามตัว ตัวใหญ่สองตัวเล็กหนึ่งตัว
ถ้าวัดกันแค่เรื่องน้ำหนัก
กวางโตเต็มวัยสองตัวหนักพอ ๆ กับเจ้าหมีดำเลย
อย่าว่าแต่พวกเราสี่คน ต่อให้เพิ่มคนอีกเท่าตัว ก็อาจหามมันไปไม่ไหว
ถ้าเป็นหน้าหนาวยังพอว่า
ใช้เปลือกไม้ กิ่งไม้กับเชือกทำเลื่อนลากแบบง่าย ๆ ได้
“งั้นเอาแค่ของมีค่า ไม่เอาเนื้อพวกมันดีไหม?”
เหอเหล่าเหนียนลองเสนอ
“อย่าพูดเหลวไหลน่า เลือดกวางมีราคา แล้วจะเอาออกมายังไง? ยังมีเขากวางอ่อนของตัวผู้ตัวนี้อีก ถึงช่วงนี้จะไม่ค่อยมีราคา แต่ก็เป็นเงินทั้งนั้น ถอดออกมาอย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาชั่วโมงกว่า ๆ ถ้าเจ้าหมีดำโผล่มาตอนนั้น พวกเราคงไม่รอดกันสักคน”
